หน้าแรก ต่างประเทศ ยูนิเซฟสำรวจ ...

ยูนิเซฟสำรวจ 21 ปท. รวมไทย พบเด็ก 20 ล้านต่อปี ตกเป็นเหยื่อ ล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์

3.09.26 | 08:49 น.
REUTERS

ยูนิเซฟสำรวจ 21 ปท. รวมไทย พบเด็ก 20 ล้านต่อปี ตกเป็นเหยื่อ ล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์

กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่มีข้อมูลชวนตกตะลึงว่า เด็กที่ใช้อินเทอร์เน็ตราว 20 ล้านคนใน 21 ประเทศ ตกเป็นเหยื่อของการแสวงประโยชน์ทางเพศหรือการล่วงละเมิดทางเพศบนแพลตฟอร์มดิจิทัลในหนึ่งปี โดยกรณีส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย


รายงานของยูนิเซฟประเมินว่า เด็กอายุ 12-17 ปีมากกว่า 1 ใน 5 คน ในประเทศต่าง ๆ ทั่วแอฟริกา เอเชีย ลาตินอเมริกา และยุโรปตะวันออก เคยประสบกับการล่วงละเมิดหรือการแสวงหาประโยชน์ทางเพศอย่างน้อยหนึ่งรูปแบบบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในช่วงหนึ่งปีก่อนการสำรวจ

รายงานพบว่า เด็กราว 15 ล้านคนในประเทศที่ทำการสำรวจเคยเผชิญกับเนื้อหาทางเพศที่ไม่พึงประสงค์ เด็ก 9 ล้านคนถูกกดดันให้พูดคุยเรื่องทางเพศหรือให้ส่งภาพที่มีเนื้อหาทางเพศ ขณะที่เด็ก 4 ล้านคนมีภาพทางเพศของพวกเขาถูกเผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอม

รายงานระบุว่า จำนวนเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะดังกล่าวทั่วโลก คาดว่าจะสูงถึงหลายสิบล้านคน

Advertisement

งานวิจัยชิ้นนี้ ซึ่งยูนิเซฟอธิบายว่าเป็นหนึ่งในการศึกษาขนาดใหญ่ที่สุดในลักษณะเดียวกันที่เคยทำมา อ้างอิงจากการสำรวจตัวอย่างเด็กผู้ใช้อินเทอร์เน็ตราว 21,000 คน ใน 21 ประเทศ โดยเก็บรวบรวมระหว่างปี 2020-2025

โดยใน 21 ประเทศ ที่ยูนิเซฟทำการสำรวจ มีประเทศในเอเชีย 7 ประเทศ ซึ่งรวมถึงไทย ขณะที่อีก 6 ประเทศที่เหลือได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา และปากีสถาน โดย 6 ประเทศแรกอยู่ในการวิจัยช่วงแรกที่ทำขึ้นในปี 2020-2021 ส่วนปากีสถานอยู่ในการวิจัยรอบที่สองในช่วง 2024-2025

รายงานพบว่า เกือบ 60% ของการล่วงละเมิดที่มีการรายงานเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ โดยแพลตฟอร์มที่ถูกระบุถึงมากที่สุด ได้แก่ Facebook, WhatsApp, Instagram, Snapchat และ TikTok ขณะที่ 14% ของเหตุการณ์เกิดขึ้นในเกมออนไลน์

โฆษกของ META ซึ่งเป็นเจ้าของ Facebook, WhatsApp และ Instagram กล่าวว่า การสำรวจดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่บริษัทจะนำคุ้มครองป้องกันบางอย่างที่ยูนิเซฟแนะนำมาใช้ เช่น การตั้งค่าบัญชีของวัยรุ่นเป็นบัญชีส่วนตัวโดยอัตโนมัติ และการป้องกันไม่ให้ผู้ใหญ่ส่งข้อความถึงวัยรุ่นที่ไม่ได้มีรู้จักกันบนแพลตฟอร์ม และบริษัทกำหนดให้ WhatsApp เป็นแอปพลิเคชันสำหรับการส่งข้อความแบบส่วนตัว ไม่ใช่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

“แม้ว่ารายงานฉบับนี้จะไม่มีหลักฐานเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการล่วงละเมิด แต่เราจะยังคงต่อสู้กับการแสวงประโยชน์จากเด็กอย่างจริงจังในทุกแอปพลิเคชันของเรา และสนับสนุนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในการดำเนินคดีกับอาชญากรที่อยู่เบื้องหลังการกระทำเหล่านี้” โฆษก META กล่าว

ด้าน Snapchat ชี้แจงกับรอยเตอร์ โดยอ้างถึงบทความในบล็อกของแจ็กเกอลีน บูเชอร์ หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยของแพลตฟอร์มซึ่งระบุว่า บริษัทกำลังดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อต่อสู้กับการขู่กรรโชกทางเพศออนไลน์ผ่านการตรวจจับเชิงรุก การลบบัญชีผู้ใช้ เครื่องมือสำหรับให้ผู้ใช้รายงานเหตุการณ์ และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้ใช้งานที่มีความเปราะบาง

TikTok กล่าวว่า บริษัทได้สร้างมาตรการป้องกันหลากหลายรูปแบบเพื่อปกป้องผู้เยาว์ รวมถึงการจำกัดการใช้ฟีเจอร์บางอย่างสำหรับผู้ใช้อายุน้อย การกำหนดให้บัญชีของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเป็นบัญชีส่วนตัวโดยอัตโนมัติ และการใช้เทคโนโลยีในการตรวจจับพฤติกรรมที่อาจเป็นการล่วงละเมิดทางเพศหรือแสวงประโยชน์จากเด็ก

รายงานของยูนิเซฟระบุว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของกรณีที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับบุคคลที่เด็กคุ้นเคยอยู่แล้ว ซึ่งรวมถึงเพื่อน ญาติ หรือคู่รัก ขณะที่เด็ก 38% พบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดทางออนไลน์เป็นครั้งแรก งานวิจัยพบว่า มีกรณีที่เกี่ยวข้องกับเด็กน้อยกว่า 1% ที่ถูกรายงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นักสังคมสงเคราะห์ หรือสายด่วนให้ความช่วยเหลือ

รายงานยังชี้ให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) โดยใน 9 ประเทศที่มีการเก็บข้อมูล พบว่าเด็กประมาณ 1.1 ล้านคนรายงานว่า มีการสร้างภาพหรือวิดีโอที่มีเนื้อหาทางเพศโดยใช้เอไอ ที่แสดงภาพของพวกเขา

งานวิจัยยังพบว่า เด็กที่เคยประสบกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศผ่านการใช้เทคโนโลยี มีแนวโน้มรายงานถึงความคิดฆ่าตัวตายหรือการทำร้ายตัวเองมากกว่าเด็กทั่วไปประมาณ 4 เท่า และมีระดับความวิตกกังวลสูงกว่าเพื่อนในวัยเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ

แคเธอรีน รัสเซลล์ ผู้อำนวยการบริหารยูนิเซฟ กล่าวในแถลงการณ์ว่า ประสบการณ์เหล่านี้ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานทางอารมณ์และจิตใจอย่างลึกซึ้ง เด็กจำนวนมากต้องทนทุกข์อยู่เงียบ ๆ โดยไม่รู้ว่าจะหันไปขอความช่วยเหลือจากที่ใด

ยูนิเซฟเรียกร้องให้รัฐบาลและบริษัทเทคโนโลยีเสริมสร้างความเข้มแข็งของมาตรการด้านความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ปรับปรุงกฎหมายเพื่อรับมือกับรูปแบบการล่วงละเมิดที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเนื้อหาที่สร้างขึ้นโดยเอไอ ตลอดจนปรับปรุงระบบการคุ้มครองเด็กและการแจ้งเหตุให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น