หน้าแรก ต่างประเทศ สีหศักดิ์ หาร...

สีหศักดิ์ หารือ ทูตอิสราเอล ถกแก้ปัญหาคนยิวทำผิดกม. ชี้ดำเนินการถึงที่สุด ยันไม่เลือกปฏิบัติ-ไทยเปิดรับนทท.

8.09.26 | 10:43 น.

สีหศักดิ์ หารือ ทูตอิสราเอล ถกแก้ปัญหาคนยิวทำผิดกม. ชี้ดำเนินการถึงที่สุด ยันไม่เลือกปฏิบัติ-ไทยเปิดรับนทท.

เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ นางอะโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ว่า เป็นการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งประเด็นที่พูดคุยเป็นเรื่องที่อยู่ในความกังวลและความห่วงใยของคนไทยเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนอิสราเอลที่อยู่ในประเทศไทย หลายคนเป็นนักท่องเที่ยว และบางส่วนเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย


โดยกรณีคือที่ชาวอิสราเอล เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอยู่ระยะยาว และมีการกระทำที่ละเมิดกฎหมายไทย ดังที่ปรากฏเป็นข่าว จึงได้ชี้แจงกับเอกอัครราชทูตอิสราเอล ว่า ในกรณีเหล่านี้เราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด แต่ไม่ได้เป็นการละเมิดหรือเลือกปฏิบัติต่อชาวอิสราเอล เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นชาวต่างชาติหากกระทำผิดกฎหมายไทย ก็ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด จะเห็นได้จากที่มีการออกคำสั่งเนรเทศชาวอิสราเอล 1 คน และชาวฝรั่งเศส 1 คน

ส่วนกรณีชาวอิสราเอลที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นระยะระยะสั้นหรือระยะยาว มีพฤติกรรมบางอย่างที่กระทบกับความรู้สึก วัฒนธรรมประเพณี และความเป็นอยู่ของคนไทย โดยเฉพาะ จ.พังงา และจ.ภูเก็ต ที่มีการรวมตัวกันของชาวอิสราเอลเป็นชุมชน ได้แจ้งว่าเป็นเรื่องที่เรานิ่งนอนใจไม่ได้

“ประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่การต้อนรับไม่ได้หมายความว่านักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนก็ตามจะสามารถทำอะไรในประเทศไทยก็ได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาต้องเข้าใจวัฒนธรรม ประเพณีของประเทศไทย เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปต่างประเทศก็ต้องเคารพประเพณีค่านิยมของประเทศนั้นๆ เมื่อเกิดเหตุการแล้วกระทบกับความรู้สึกของคนไทย แต่ไม่ได้เหมารวมว่าเป็นการกระทำของชาวอิสราเอลทั้งหมด ”นายสีหศักดิ์ ระบุ

Advertisement

นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า เอกอัครราชทูตอิสราเอลได้รับทราบปัญหาและไม่ได้นิ่งนอนใจและมีการลงพื้นที่ชี้แจง แต่สำหรับตนมองว่าการดำเนินการต่างๆ ต้องยกระดับ ทำให้เข้มข้นขึ้น และจะต้องร่วมมือกัน เพราะหากไม่ทำอะไรเพื่อการแก้ไขปัญหานี้ก็จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ เพราะยังมีความร่วมมือกันหลายด้าน ทั้งการเกษตร แรงงานที่ไทยส่งไปอิสราเอลกว่า 60,000 คน ดังนั้นเราต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างทันท่วงที

ขณะที่การพูดคุยกันนั้น เอกอัครราชทูตอิสราเอล ระบุว่า ควรมีเอกสารเผยแพร่ข้อมูลว่าอะไรที่ควรทำและไม่ควรทำสำหรับชาวอิสราเอลที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งเอกสารเหล่านี้จะมีการแจกจ่ายผ่านสถานทูตอิสราเอล สถานกงสุลที่เมืองหลวง บริษัททัวร์ รวมถึงสายการบินด้วย

นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า การพูดคุยวันนี้เป็นอย่างตรงไปตรงมา และรับทราบเข้าใจปัญหา โดยขอให้ทูตอิสราเอลอย่านิ่งนอนใจและอธิบายให้เข้าใจถึงความรู้สึกของคนไทย เพราะการท่องเที่ยวไทยให้ความสำคัญแต่ไม่ใช่เรื่องรายได้อย่างเดียวแต่ต้องเคารพในศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของไทย ไม่ใช่ว่านักท่องเที่ยวที่มาประเทศไทย นำเงินเข้ามาให้ ประเทศไทยแล้วทำทุกสิ่งทุกอย่างได้มันไม่ใช่ และแน่นอนว่าการท่องเที่ยวนั้นเป็นช่องทางสำคัญที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชน ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของนักท่องเที่ยวย่อมส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกัน