หน้าแรก ต่างประเทศ ศาลสิงคโปร์ยก...

ศาลสิงคโปร์ยกฟ้อง ซีอีโอทวงเงินกว่า 12 ล้านคืนจากอดีตแฟนสาว ชี้เป็นการให้ของขวัญ ไม่ใช่เงินกู้

11.09.26 | 17:50 น.
ภาพโดย Jason Goh จาก Pixabay

ศาลสิงคโปร์ยกฟ้อง ซีอีโอทวงเงินกว่า 12 ล้านคืนจากอดีตแฟนสาว ชี้เป็นการให้ของขวัญ ไม่ใช่เงินกู้

เมื่อวันที่ 11 กันยายน ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ ของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง พ่ายแพ้ในความพยายามฟ้องร้องอดีตแฟนสาวต่อศาลสูงสิงคโปร์ เป็นเงินเกือบ 468,090 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 12.2 ล้านบาท หลังจากเลิกรากันไป โดยซีอีโอรายนี้กล่าวหาฝ่ายหญิงว่า ติดหนี้เขาจากของขวัญสุดหรูที่เขาเป็นฝ่ายมอบให้ระหว่างที่คบหากัน


นายชานเดอร์ อการ์วาล ได้มอบสินค้าแบรนด์เนม ทั้ง แอร์เมส , ดิออร์ และ ปราดา ให้แก่ เฟลิเซีย ลี ในขณะที่เป็นแฟนกัน รวมถึงทุ่มเงินอีกหลายหมื่นดอลลาร์ไปกับตั๋วเครื่องบินชั้นหนึ่ง

โดยเอกสารทางศาลระบุว่า นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว ซีอีโอรายนี้ยังอ้างว่า เขาได้จ่ายเงินจำนวนมากสำหรับค่าเบี้ยประกันชีวิต คอร์สเรียนมหาวิทยาลัย และค่าใช้จ่ายส่วนตัวของลี ผ่านบัตรเครดิตอเมริกันเอ็กซ์เพรสของเขาอีกด้วย

อการ์วาล ยังได้จ่ายเงินหลายพันดอลลาร์ จ้างซินแสฮวงจุ้ย เพื่อมาปรับสมดุลพลังงานทางจิตวิญญาณให้กับคอนโดของลี ซึ่งเขาได้โต้แย้งในศาลว่า เงินส่วนนี้ ต้องเป็นเงินกู้ยืมอย่างแน่นอน เนื่องจากเขาเป็นชาวอินเดีย และไม่ได้มีความเชื่อในศาสตร์โบราณนี้

Advertisement

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 10 กันยายน ลี เซียว คิน ผู้พิพากษาอาวุโส ได้ยกฟ้องคดีดังกล่าว โดยระบุในคำพิพากษาที่เป็นลายลักษณ์อักษรว่า เงินที่จ่ายไปนั้น ถือเป็นการให้ของขวัญ และไม่สามารถถือว่าเป็นเงินกู้ยืมได้

อการ์วาล เป็นซีอีโอของบริษัทโลจิสติกส์แห่งหนึ่งในประเทศอินเดีย ขณะที่ลี เป็นอดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

จากเอกสารของศาล ระบุว่า ทั้งสองพบกันบนเที่ยวบินเที่ยวหนึ่ง เมื่อปี 2019 และเริ่มคบหากันในฐานคนรัก ในปี 2022 ก่อนจะเลิกรากันไปในช่วงปลายปี 2023 หลังจากเขาเกิดความสงสัยว่า ฝ่ายหญิงแอบนอกใจ

อการ์วาล ยังได้ยื่นหลักฐานเป็นข้อตกลงที่เขียนด้วยลายมือของเขาและ ลี เพื่อสนับสนุนข้ออ้างของเขา แต่ลีปฏิเสธเรื่องการลงลายมือชื่อดังกล่าว ซึ่งท้ายที่สุดผู้พิพากษาก็ได้ปัดตกความสำคัญของเอกสารฉบับนี้ไป

ท้ายที่สุด ศาลพิเคราะห์ว่า อการ์วาล ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ลีเคยเอ่ยปากขอเงินจำนวนที่มีการโต้แย้งกันเหล่านั้น หรือเคยตกลงว่าจะชดใช้เงินคืนให้แก่ฝ่ายชาย

ผู้พิพากษาระบุว่า หลักฐานแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อการ์วาล ซึ่งกำลังหลงเสน่ห์ฝ่ายหญิงอย่างหัวปักหัวปำ ได้ประเคนของขวัญราคาแพงให้เธอในระหว่างที่คบหากันพร้อมทั้งสังเกตเห็นว่า บางโอกาสฝ่ายหญิงเองก็มีท่าทีลังเลใจและไม่เต็มใจที่จะรับของเหล่านั้นด้วยซ้ำ

ผู้พิพากษากล่าวด้วยว่า มันเป็นเรื่องที่ไม่อยากจะเชื่อว่า สำหรับความสัมพันธ์ที่ยาวนานกว่า 1 ปี และมีการส่งข้อความทางวอทส์แอพพ์โต้ตอบกันมากมาย แต่โจทก์กลับไม่สามารถชี้ให้เห็นถึงหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรใดๆเพื่อสนับสนุนข้ออ้างของตนเองได้เลย

นอกจากนี้ ยังเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงตามหลักเหตุและผล ที่จำเลยซึ่งมีเงินเดือนค่อนข้างปานกลาง จะกู้ยืมเงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงเพื่อนำไปใช้จ่ายกับสินค้าหรูหรา และว่า ข้ออ้างและแนวทางการต่อสู้คดีของอการ์วาลในศาลนั้น ขัดต่อสามัญสำนึก และฟังไม่ขึ้นแต่อย่างใด