iFLYTEK นำเสนอโซลูชันความมั่นคงสาธารณะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในการประชุมประจำปี 2026 ของเวทีความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะระดับโลก
การประชุม Global Public Security Cooperation Forum ประจำปี 2026 จัดขึ้นที่เมืองเหลียนหยุนกัง มณฑลเจียงซู ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 7-10 กันยายน โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 2,100 คน จาก 139 ประเทศและองค์การระหว่างประเทศ ภายใต้หัวข้อเทคโนโลยีเสริมพลัง ความร่วมมือเพื่อประโยชน์ร่วมกัน
iFLYTEK บริษัทเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้นำเสนอแอปพลิเคชันด้านการบังคับใช้กฎหมายที่ขับเคลื่อนด้วย AI หลากหลายรูปแบบ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีขั้นสูงกำลังเข้ามาช่วยยกระดับการบังคับใช้กฎหมายให้มีความชาญฉลาดยิ่งขึ้นในสังคมยุคใหม่ โดยเมื่อวันที่ 3 กันยายน ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีเสียงอัจฉริยะด้านความมั่นคงสาธารณะของ iFLYTEK ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเมืองเหลียนหยุนกัง
โดยในพิธีเปิด อู๋ เสี่ยวหรู ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริษัท iFLYTEK กล่าวว่า ความปลอดภัยและความมั่นคงถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของจีน การร่วมกันจัดตั้งห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีเสียงอัจฉริยะด้านความมั่นคงสาธารณะ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับงานด้านความมั่นคงสาธารณะ
iFLYTEK กำลังใช้ ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีเสียงอัจฉริยะด้านความมั่นคงสาธารณะ และ ฐานเสริมศักยภาพอุตสาหกรรม “AI + Security” เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมความมั่นคงของเมืองในภาพรวม พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศมากขึ้น เพื่อนำเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และโซลูชันด้านความมั่นคงของจีนออกสู่ตลาดโลก
ในงาน Public Security Tech Expo ครั้งที่ 3 เป่า เฟิง รองประธานกลุ่มธุรกิจความมั่นคงสาธารณะและกระบวนการยุติธรรมของ iFLYTEK ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การสำรวจการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์กับอุปกรณ์งานตำรวจ” โดยอ้างอิงจากกรณีการปฏิบัติงานจริงในภาคสนามหลากหลายกรณี เขาได้แบ่งปันมุมมองและประสบการณ์เชิงปฏิบัติของ iFLYTEK ในการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์สำหรับงานตำรวจ
เป่า เฟิง กล่าวว่า การพัฒนาอย่างรวดเร็วของ ระบบอัจฉริยะที่ประมวลผลบนอุปกรณ์ (on-device intelligence) และ เทคโนโลยีโมเดลขนาดใหญ่ (large-model technology) กำลังสร้างโอกาสที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับการยกระดับงานตำรวจให้มีความชาญฉลาดยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ในการใช้งานจริง สภาพแวดล้อมของงานตำรวจมีความเฉพาะทางและซับซ้อนสูง ทำให้โซลูชันเทคโนโลยีทั่วไปมักไม่สามารถนำมาใช้งานได้โดยตรง
การปฏิบัติงานในภาคสนามมักเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ได้แก่ สภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนและการบันทึกเสียงที่มีคุณภาพต่ำ รูปแบบแฟ้มคดีที่หลากหลายและซับซ้อนซึ่งทำให้การดึงข้อมูลทำได้ยาก ข้อกำหนดด้านความถูกต้องแม่นยำและความเคร่งครัดของข้อมูลในงานบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในระดับสูงมาก ตลอดจนขีดความสามารถในการปฏิบัติงานที่จำกัดในพื้นที่ที่เครือข่ายไม่เสถียรหรือไม่มีอินเทอร์เน็ต
เพื่อรับมือกับความท้าทายในการปฏิบัติงานดังกล่าว iFLYTEK ได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยต่าง ๆ เพื่อพัฒนาและสร้างความก้าวหน้าในเทคโนโลยีสำคัญ ขณะเดียวกันยังคงรักษากรอบเทคโนโลยีแบบครบวงจร (full-stack) ที่พัฒนาขึ้นด้วยตนเอง

โดยยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ การผสานความสามารถทั่วไปเข้ากับความสามารถเฉพาะทาง และการพัฒนาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์แบบบูรณาการ บริษัทได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับพื้นฐานเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง และพัฒนาขีดความสามารถหลัก 4 ด้านสำหรับการปฏิบัติงานของตำรวจ ได้แก่ การวิเคราะห์เสียงหลายมิติ การรับรู้หลักฐานและพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ การทำความเข้าใจองค์ความรู้ด้านงานตำรวจ และการติดตั้งระบบบนอุปกรณ์อย่างปลอดภัย
ขีดความสามารถเหล่านี้ได้รับการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์หลากหลายรูปแบบ ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะสมกับสถานการณ์และรูปแบบการปฏิบัติงานด้านตำรวจโดยเฉพาะ
“เทคโนโลยีจะทำงานได้ดีหรือไม่นั้น ไม่ใช่สิ่งที่เราจะเป็นผู้ตัดสินด้วยตัวเอง แต่ต้องผ่านการทดสอบในสถานการณ์การใช้งานจริง เช่น การลาดตระเวนภาคสนาม การสอบปากคำและการสืบสวนสอบสวน ตลอดจนการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์” เป่า กล่าว
เพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านความมั่นคงสาธารณะที่เปลี่ยนแปลงไป iFLYTEK จะเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถด้าน การสื่อสารหลายภาษา การวิเคราะห์ข้อมูลแบบหลายรูปแบบ (multimodal) และการติดตั้งระบบประมวลผลภายในพื้นที่อย่างปลอดภัย (secure local deployment) อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายข้ามภูมิภาค การกำกับดูแลความมั่นคงสาธารณะในระดับชุมชน และการยกระดับงานตำรวจอัจฉริยะในระดับท้องถิ่น พร้อมนำความเชี่ยวชาญของภาคธุรกิจมามีส่วนสนับสนุนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านความมั่นคงสาธารณะ



