ศาลเกาหลีใต้สั่งเกาหลีเหนือ จ่ายค่าเสียหาย รื้อถอนสนง.ประสานงาน กว่า 1 พันล้าน
สื่อเกาหลีใต้รายงานเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน ว่า ศาลเกาหลีใต้มีคำพิพากษาให้เกาหลีเหนือชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 44,600 ล้านวอน หรือกว่า 1 พันล้านบาท จากกรณีที่เกาหลีเหนือระเบิดทำลายสำนักงานประสานงานระหว่างสองเกาหลีในปี 2020 นับเป็นคำพิพากษาครั้งแรกในคดีที่เกาหลีใต้ยื่นฟ้องเกาหลีเหนือโดยตรง
รัฐบาลชุดก่อนนี้ของเกาหลีใต้ที่นำโดยอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ซึ่งมีแนวคิดอนุรักษนิยม เป็นผู้ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อเดือนมิถุนายน 2023 ก่อนที่ต่อมาเขาจะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง หลังประกาศใช้กฎอัยการศึกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเดือนธันวาคม 2024
ศาลแขวงกลางกรุงโซลมีคำพิพากษาให้รัฐบาลเกาหลีใต้เป็นฝ่ายชนะคดี และสั่งให้เกาหลีเหนือชำระเงินจำนวนเต็ม 44,600 ล้านวอน ซึ่งเป็นจำนวนค่าเสียหายที่รัฐบาลเกาหลีใต้เรียกร้องจากกรณีการรื้อทำลายอาคารสำนักงานประสานงานระหว่างสองเกาหลีในเมืองแกซอง ซึ่งอยู่บริเวณชายแดนเกาหลีเหนือ โดยสำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า ศาลยังมีคำสั่งให้เกาหลีเหนือเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีด้วย
ศาลเกาหลีใต้และสถานทูตเกาหลีเหนือในกรุงปักกิ่งยังไม่ได้ตอบคำขอให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำพิพากษาดังกล่าวในทันที
กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้แถลงว่า รัฐบาลเคารพคำพิพากษาของศาล และจะพิจารณามาตรการที่จำเป็นในการดำเนินการต่อไป แต่ก็แสดงความหวังว่า การเจรจาระหว่างสองเกาหลีจะสามารถกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง เพื่อให้ปัญหาต่างๆ ระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือสามารถแก้ไขได้ด้วยความร่วมมือระหว่างกัน
รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุในขณะเกิดเหตุว่า การที่เกาหลีเหนือทำลายสำนักงานประสานงานดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน และการยื่นฟ้องในปี 2023 เพื่อระงับการนับอายุความในการเรียกร้องค่าเสียหาย ซึ่งกำลังจะหมดอายุลงในปีเดียวกัน
เกาหลีเหนือระเบิดทำลายอาคารสำนักงานประสานงานระหว่างสองเกาหลีในเขตอุตสาหกรรมแกซอง เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2020 โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นการตอบโต้กรณีกลุ่มผู้แปรพักตร์จากเกาหลีเหนือเผยแพร่ใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อข้ามพรมแดนเข้าสู่เกาหลีเหนือ ทันทีหลังเกิดเหตุระเบิด รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า เกาหลีเหนือต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลที่ตามมาทั้งหมด
สำนักงานประสานงานระหว่างสองเกาหลีในแกซองก่อตั้งขึ้นภายใต้ปฏิญญาปันมุนจอมปี 2018 เพื่อทำหน้าที่เป็นช่องทางในการสื่อสารหารือระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ตลอด 24 ชั่วโมง ถือเป็นกลไกสำคัญในการติดต่อประสานงานระหว่างสองฝ่ายในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีมีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดีขึ้น
รัฐบาลเกาหลีใต้ประเมินมูลค่าความเสียหายไว้ที่ประมาณ 44,700 ล้านวอน ซึ่งรวมถึงค่าชดเชยสำหรับอาคารสำนักงานประสานงานที่ถูกทำลาย รวมถึงความเสียหายต่อศูนย์สนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองเกาหลีที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดจนไม่สามารถใช้งานได้
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลเกาหลีใต้จะเป็นฝ่ายชนะคดี แต่สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่เกาหลีเหนือจะตอบสนองต่อการฟ้องร้องดังกล่าว และรัฐบาลเกาหลีใต้ก็ไม่มีช่องทางที่จะบังคับให้เกาหลีเหนือชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาได้
คำพิพากษาครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ แม้ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้พยายามปรับปรุงความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ได้ยกเลิกนโยบายการรวมชาติระหว่างสองเกาหลี และระบุเกาหลีใต้ว่าเป็น “รัฐที่เป็นปรปักษ์มากที่สุด” ของเกาหลีเหนือ



