มะกันไฟเขียว! ผู้นำอิหร่านประชุม UNGA ตั้งเงื่อนไข คุมเดินทาง-ซื้อของฟุ่มเฟือย ห้ามปาเลสไตน์
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์หน้า แม้ว่าสหรัฐและอิหร่านยังคงอยู่ในภาวะสงครามแต่ยังคงมีการเจรจาเป็นระยะๆ เพื่อหาทางยุติความขัดแย้ง
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า คณะผู้แทนหลักจากรัฐบาลอิหร่านจะได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการประชุม ตามพันธกรณีของสหรัฐในฐานะประเทศเจ้าภาพซึ่งเป็นที่ตั้งขององค์การสหประชาชาติ นั่นหมายความว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านซึ่งนำโดยประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ จะได้รับการออกวีซ่าสำหรับเข้าร่วมประชุม UNGA
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวเพิ่มเติมว่า คณะผู้แทนอิหร่านจะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านการเดินทาง และจะถูกห้ามซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยรวมถึงสินค้าอื่นๆ ตามนโยบายของสหรัฐ โดยคณะผู้แทนอิหร่านในปีนี้จะมีขนาดเล็กกว่าปีที่แล้ว
ในอดีต รัฐบาลสหรัฐเคยห้ามคณะผู้แทนอิหร่านเข้าไปซื้อสินค้าตามร้านค้า และจำกัดการเดินทางของคณะผู้แทนให้อยู่เฉพาะเส้นทางระหว่างสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ สำนักงานผู้แทนอิหร่านประจำสหประชาชาติ ที่พักของเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ และท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดีในนครนิวยอร์ก
ภายใต้ “ข้อตกลงว่าด้วยสำนักงานใหญ่” ของสหประชาชาติปี 1947 โดยทั่วไปแล้ว สหรัฐมีพันธกรณีที่จะต้องอนุญาตให้นักการทูตต่างชาติเข้าถึงองค์การสหประชาชาติได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐระบุว่าสามารถปฏิเสธการออกวีซ่าได้ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง การก่อการร้าย และนโยบายต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 16 กันยายน รัฐบาลทรัมป์ระบุว่าจะปฏิเสธวีซ่าของเจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์เพื่อเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติ โดยขยายมาตรการห้ามที่มีผลบังคับใช้อยู่ตั้งแต่ปีที่แล้ว เนื่องจากกระทำของเจ้าหน้าที่เหล่านั้นที่ทำให้ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์กลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศ รวมถึงการดำเนินคดีกับอิสราเอลผ่านศาลระหว่างประเทศ
เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์รายหนึ่งกล่าวว่า ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ถูกปฏิเสธการออกวีซ่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งการดำเนินการตามมาตรการของสหรัฐดังกล่าว



