‘จาง อีหมิง’ ผู้ก่อตั้ง ByteDance ผงาดขึ้นอันดับ 1 ทำเนียบเศรษฐีจีน ผลพวงจากธุรกิจ AI
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า จาง อีหมิง ผู้ก่อตั้ง ไบต์แดนซ์ (ByteDance) หวนกลับคืนสู่ตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศจีน โดยได้รับแรงหนุนจากการที่บริษัทไบต์แดนซ์รุกเข้าสู่ธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ
การจัดอันดับมหาเศรษฐีจีน โดย สถาบันวิจัยหูรุ่น (Hurun Research Institute) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจกลุ่มไฮเทคของจีนกำลังเติบโตอย่างมาก ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและอสังหาริมทรัพย์ ต่างตกอยู่ในสภาวะกดดัน
ทั้งนี้ สถาบันหูรุ่น ซึ่งจัดทำรายชื่อมหาเศรษฐีจีนเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 1999 พบว่า ปีนี้ มีมหาเศรษฐี ที่มีทรัพย์สินเกินกว่า 5,000 ล้านหยวน (ราว 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มากถึง 1,529 คน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดและเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 6.6 เปอร์เซ็นต์
ส่วนจำนวนมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินรวมระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ มี 1,176 คน เพิ่มขึ้นมา 155 คน ซึ่งมากกว่าจำนวนมหาเศรษฐีพันล้านในสหรัฐอเมริกาถึง 176 คน แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะยังคงต่ำกว่าสถิติสูงสุดที่ 1,185 คน ในปี 2021 ก็ตาม
รูเพิร์ต ฮูเกเวอร์ฟ ประธานของ หูรุ่น รีพอร์ต ระบุในแถลงการณ์ว่า จาง อีหมิง ขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีน ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 43 เปอร์เซ็นต์ เกือบทั้งหมด เป็นผลมาจากเอไอ พร้อมย้ำว่า “โต้วเปา” ของไบต์แดนซ์ เป็นผู้ช่วยเอไอที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในประเทศจีน
ทั้งนี้ ไบต์แดนซ์ ยังเป็นบริษัทแม่ของแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นยอดนิยม “โต่วอิน” และ “ติ๊กต็อก” อีกด้วย
ฮูเกเวอร์ฟ กล่าวว่า “เอไอ ถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความมั่งคั่งที่สำคัญที่สุดในการจัดอันดับครั้งนี้ โดยมีรายชื่อในหูรุ่นถึง 160 คน หรือคิดเป็น 1 ใน 10 ของทั้งหมด ที่สร้างรายได้จากเอไอ”
ขณะที่ จง ซานซาน เจ้าพ่อธุรกิจน้ำดื่มบรรจุขวด ตกลงมาอยู่อันดับ 2 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 61,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 23 เปอร์เซ็นต์ ส่วนโรบิน เจิ้ง ประธานบริษัท CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก รั้งอันดับที่ 3
สถาบันวิจัยหูรุ่น ระบุว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลจากผู้ประกอบการ หน่วยงานกำกับดูแล ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และแหล่งข้อมูลอื่นๆ เพื่อรวบรวมรายชื่อนี้ แม้จะยอมรับว่ามีข้อจำกัดบางประการก็ตาม
นอกจากนี้ เหลียง เหวินเฟิง ผู้ก่อตั้งดีพซีค (DeepSeek) สตาร์ทอัพด้านเอไอของจีน ได้ปรากฏชื่อเข้ามาเป็นครั้งแรก ในอันดับที่ 7 ขณะที่เฉิน เทียนสือ ประธานบริษัท Cambricon ผู้ผลิตชิปเอไอ อยู่อันดับที่ 10
ฮูเกเวอร์ฟ กล่าวว่า ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ มีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว โดยผู้ประกอบการในกลุ่มเอไอ เซมิคอนดักเตอร์ และหุ่นยนต์ มีความมั่งคั่งพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการในภาคสินค้าอุปโภคบริโภค อสังหาริมทรัพย์ และภาคการผลิตแบบดั้งเดิม กลับมีความมั่งคั่งลดลง ซึ่งสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตในอัตราที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน”
ฮูเกเวอร์ฟ กล่าวว่า เหลย จวิน ประธานบริษัทเสียวหมี่ ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของจีน เป็นบุคคลที่มีความมั่งคั่ง “ลดลงมากที่สุด” ในปีนี้ โดยมูลค่าทรัพย์สินของเหลย จวิน ลดลงครึ่งหนึ่ง เหลือ 25,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ความมั่งคั่งของผู้ประกอบการในภาคสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมต่างก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
“เป็นครั้งแรกที่ไม่มีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากจีนแผ่นดินใหญ่ติดอยู่ในกลุ่ม 100 อันดับแรกเลย โดยรายชื่อในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงอยู่ในอันดับต้นๆ มีเพียงตระกูลเจ้าของอสังหาริมทรัพย์จากฮ่องกงเท่านั้น” ฮูเกเวอร์ฟ กล่าว



