แฮกเกอร์โจมตีเว็บคณะกรรมการการเลือกตั้งรัฐบาลกลางสหรัฐ กระทบระบบยื่นเอกสารการเงินหาเสียงเลือกตั้ง
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมว่า เว็บไซต์ของคณะกรรมการการเลือกตั้งของรัฐบาลกลาง (FEC) ของสหรัฐอเมริกา ตกเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์ ตามอีเมล์ที่รอยเตอร์ได้เห็นมา ทำให้ระบบการยื่นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานหยุดชะงัก 1 สัปดาห์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ขณะที่การเลือกตั้งล่วงหน้ากำลังดำเนินการอยู่ในหลายรัฐ
ข่าวระบุว่า การแฮกครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มที่เรียกว่า Super PACs และกลุ่มเงินทุนลับ ใช้เงินจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังคงครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสไปอีก2 ปี หรือไม่
แถลงการณ์ของ FEC ระบุว่า ขณะนี้ “ระบบการยื่นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของ FEC ขัดข้อง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีของเรากำลังเร่งดำเนินการเพื่อกู้คืนระบบ”
FEC ซึ่งติดตามการใช้จ่ายของผู้สมัครและคณะกรรมการทางการเมือง แจ้งว่า ผู้ใช้ยังคงสามารถค้นหาข้อมูลรายงานในอดีตจากเว็บไซต์ได้
โดยข้อความสถานะที่โพสต์ โดย FEC ระบุว่า ระบบการยื่นเอกสารขัดข้องตั้งแต่เวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐ ก่อนที่ในเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม มีการโพสต์สถานะใหม่ ระบุว่า “ได้ระบุปัญหาแล้ว และกำลังดำเนินการแก้ไข” ขณะที่ระบบการยื่นเอกสารยังคงขัดข้องอยู่
ข่าวระบุว่า FEC ไม่มีบทบาทในการบริหารจัดการการเลือกตั้งของสหรัฐ และการขัดข้องนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อความสามารถของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการลงคะแนนเสียง โดยการหยุดชะงักของระบบทำให้องค์กรต่างๆ ไม่สามารถยื่นรายงานการใช้จ่าย 24 ชั่วโมง และ 48 ชั่วโมง ของ FEC ได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากลุ่มการเมืองและบุคคลอื่นๆใช้จ่ายเงินไปกับการเลือกตั้งแต่ละครั้งมากน้อยเพียงใด
FEC ได้โพสต์ประกาศดังกล่าวบนเว็บไซต์ หลังจากเจ้าหน้าที่การเงินของแคมเปญ ไม่สามารถยื่นรายงานที่จำเป็นได้ ในคืนวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม
เจ้าหน้าที่ฝ่ายยื่นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของ FEC แจ้งในอีเมล์ ถึงบริษัทที่ปรึกษาด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบของแคมเปญหลายแห่งในคืนนั้นว่า “เรามีผู้ไม่หวังดีพยายามเจาะระบบของ FEC ส่งผลให้เราต้องปิดบริการบนเว็บชั่วคราว”
ตามข้อมูลจาก AdImpact ผู้ติดตามโฆษณาทางการเมือง ระบุว่า การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ โดยมีการใช้จ่ายไปประมาณ 11,210 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการโฆษณาและการจองพื้นที่ล่วงหน้า ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมที่ตั้งไว้ในการเลือกตั้งปี 2024 ที่มีการใช้จ่ายเงินไป 11,200 ล้านดอลลาร์ในทุกการแข่งขัน รวมถึง 3,200 ล้านดอลลาร์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีระหว่างทรัมป์ กับอดีตรองประธานาธิบดี คามาลา แฮร์ริส
โดยการใช้จ่ายส่วนใหญ่ มาจากกลุ่ม Super PAC ซึ่งสามารถรับเงินจำนวนไม่จำกัดจากบุคคลร่ำรวย และบริษัทต่างๆ และใช้จ่ายได้มากเท่าที่ต้องการในการหาเสียงโดยมีข้อจำกัดน้อยมาก
อย่างไรก็ตาม จำนวนเงินที่ใช้ไปในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นน่าตกใจ ในขณะที่พรรคเดโมแครตกำลังได้รับชัยชนะในหลายพื้นที่ที่เป็นฐานที่มั่นของพรรครีพับลิกัน
เบรนแดน กลาวิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ OpenSecrets กลุ่มเฝ้าระวังการหาเสียงที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด กล่าวว่า กลุ่มSuper PAC และกลุ่มเงินทุนลับ ได้ใช้จ่ายเงินเฉลี่ยมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และว่า ในวันที่ 20 ตุลาคมเพียงวันเดียว มีการรายงานการใช้จ่ายมากกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งกลาวิน กล่าวถึงเรื่องระบบที่ล่มว่า “เป็นเรื่องใหญ่” เนื่องจากทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่รู้เรื่องจนกว่าระบบการยื่นเอกสารจะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง เพราะนี่คือรายงานสำคัญที่บอกเราว่า เกิดอะไรขึ้น ในช่วงวันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง นี่เป็นวิธีเดียวที่เราจะติดตามได้ว่า เงินถูกใช้ไปที่ไหน และใครเป็นคนใช้จ่ายเงินนั้น



