
อินโด ขนทหาร-ตร.กว่า 6 พันนาย คุมจาการ์ตา รับวิโดโดขึ้นศาล ท่ามกลางคดีฉาวดักฟังปธน.
สถานการณ์การเมืองในอินโดนีเซียทวีความตึงเครียด หลังมีการควบคุมตัวนายพลระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับกรณีอื้อฉาวการดักฟังโทรศัพท์บุคคลในหลายแวดวงรวมถึงประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ทางการอินโดนีเซียได้ระดมกำลังทหารและตำรวจกว่า 6,000 นาย เข้ารักษาความปลอดภัยในกรุงจาการ์ตา ในระหว่างที่นายโจโก วิโดโด อดีตประธานาธิบดีถูกเรียกตัวมาให้ปากคำต่อศาลในคดีหมิ่นประมาทที่สืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหาว่าเขาใช้วุฒิการศึกษาปลอมจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับกรณีการดักฟังโทรศัพท์ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่ในขณะนี้แต่อย่างใด
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า อดีตประธานาธิบดีวิโดโด เดินทางมาถึงศาลแขวงจาการ์ตาตะวันออก โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนเขาหลายร้อยคนรวมตัวกันอยู่ที่พากันตะโกนให้กำลังใจ ขณะเขาเดินเข้าไปในอาคารศาล

ขณะที่อัลฟีอาน นูร์รีซาล ผู้บัญชาการตำรวจจาการ์ตะวันออก กล่าวว่า การระดมกำลังตำรวจและทหารหลายพันนายประจำการ เป็นเพียงมาตรการป้องกันไว้ก่อน เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการมีมวลชนจำนวนมาก ซึ่งกำลังพลส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสถานะเตรียมพร้อมและการจัดวางกำลังจะถูกปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่ศาล
การไต่สวนคดีที่เกี่ยวข้องกับวิโดโดมีขึ้นหลังจากทางการอินโดนีเซียได้ควบคุมตัวนายพล 3 นาย ที่พัวพันกับกรณีดักฟังโทรศัพท์อันอื้อฉาว ซึ่งรวมถึงพล.ต.อ.ลิสติโย ซิกิต ปราโบโว อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานของประธาธิบดีปราโบโวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยลิสติโยเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในรัฐบาลของวิโดโด แม้อดีตประธานาธิบดีวิโดโดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีดักฟังโทรศัพท์ครั้งนี้
นอกจากประธานาธิบดีปราโบโวแล้ว ยังมีการกล่าวหาว่าคณะรัฐมนตรี นักการเมือง นักข่าว ผู้นำภาคประชาสังคมและผู้บริหารภาคธุรกิจ ได้ถูกสอดแนมโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้หลังจากพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีถึง 2 ครั้งให้กับวิโดโด ปราโบโวก็ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับวิโดโดและหาเสียงในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งจากเขา โดยปราโบโวยังได้เลือก กิบรัน รากาบูมิง รากา ลูกชายของวิโดโด เป็นคู่หูหาเสียงของเขาในศึกเลือกตั้ง จนนายกิบรันได้เป็นรองประธานาธิบดีอยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างวิโดโดกับปราโบโวถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น ท่ามกลางสัญญาณของความแตกแยกที่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ปราโบโวขึ้นเป็นประธานาธิบดี
ขณะที่นับจากกรณีการดักฟังโทรศัพท์อันอื้อฉาวถูกเปิดเผย ทั้งสองคนยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้แต่อย่างใด

พล.ต.อ.อ็อกโรเซโน อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวให้ความเห็นในรายการพอดแคสต์ของ Forum Perempuan TV เมื่อวันพุธ(4 พ.ย.)ว่า พนักงานสอบสวนควรตรวจสอบสายการบังคับบัญชาทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังการดักฟัง รวมถึงประเด็นที่ว่ามีคำสั่งใดส่งมาจากวิโดโดหรือไม่
“พนักงานสอบสวนไม่ควรลังเลที่จะสอบปากคำอดีตประธานาธิบดีหากมีความจำเป็น” อ็อกโรเซโนกล่าว และว่า “แรงจูงใจเบื้องหลังปฏิบัติการดักฟังที่ถูกกล่าวหานี้ จะต้องได้รับการเปิดเผยอย่างครบถ้วนภายใต้การนำของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบัน”
ตำรวจอินโดนีเซียระบุว่าเหตุการณ์ดักฟังโดยไม่ได้รับอนุญาตเกิดขึ้นในช่วงระหว่างปี 2025-2026 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากที่ปราโบโวได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีแล้ว ในขณะที่ลิสตีโยยังคงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
นอกจาก ลิสตีโย ได้ถูกทางการควบคุมตัวแล้ว พล.ต.ท. อาห์รี ซอนตา นาซูชัน หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท. เอโก ฮาดี ซันโตโซ อาจารย์อาวุโสประจำสถาบันการศึกษาและฝึกอบรมตำรวจแห่งชาติ ก็ถูกควบคุมตัวด้วยเช่นกัน


