จิ๋วแต่แจ๋ว “น้องมิลค์-วรรณญา” แชมป์แข่ง โดรน อายุน้อยที่สุดในโลก
โดรน – จากสนามฝึกซ้อมที่ครอบครัวต้องช่วยกันแผ้วถางพื้นที่รกร้างตลอดจนติดตั้งอุปกรณ์ซุ้มแบบแฮนด์เมด เพื่อให้ ด.ญ.วรรณญา วรรณผ่อง หรือน้องมิลค์ นักกีฬาโดรนวัย 11 ปี ได้ซักซ้อมฝีมือการบังคับโดรนก่อนลงสนามแข่งจริงจังครั้งแรกภายในประเทศ ด้วยวัยเพียง 8 ปี และเพียงลงแข่งครั้งแรกก็คว้ารางวัลติดมือกลับบ้านได้ทันที
ด้วยความสามารถอันโดดเด่นนี้ เธอจึงทะยานเข้าสู่ “วงการโดรนเรซซิ่งระดับโลก” ที่จัดการแข่งขันขึ้นในต่างประเทศมากว่า 13 ครั้ง โดยสามารถคว้าเหรียญทองมาได้ทั้งหมด 2 ครั้ง ประกอบกับรางวัลอื่นๆ ที่ได้รับ ส่งผลให้เธอกลายเป็น “ดาวดวงใหม่” ในแวดวงโดรนเรซซิ่ง ที่ถูกขนานนามให้เป็น “แชมป์บินโดรนที่อายุน้อยที่สุดในโลก”
ด้วยในการไปแข่งขันทุกครั้งจะมีกลุ่มแฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจและขอถ่ายรูปกับเธอ จากความรู้สึกชื่นชมในความสามารถและความน่ารักของนักกีฬาตัวน้อย ที่เข้าร่วมการแข่งขันท่ามกลางพี่ๆ และเพื่อนๆ ที่ต่างมีอายุมากกว่าเจ้าตัว
เรียกว่าเป็น “น้องเล็ก” ของวงการ แต่ศักยภาพนั้นสวนทางกับอายุ!
ล่าสุด ในการแข่งขัน “1st FAI WORLD DRONE RACING CHAMPIONSHIPS 2018” ซึ่งจัดขึ้นที่สาธารณรัฐประชาชนจีน น้องมิลค์เป็นหนึ่งในตัวแทนของประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน และงัดสกิลขั้นเทพเอาชนะคู่แข่งจากทั่วโลกอย่างเป็นเอกฉันท์ คว้ารางวัล “แชมป์เหรียญทอง” ประเภทบุคคลหญิง มาครองได้สำเร็จ
สร้างภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ เรียกเสียงชื่นชม แรงกำลังใจ และอยากจะรู้จักสาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้ให้มากยิ่งขึ้น




ด.ญ.วรรณญา แนะนำตัวว่ากำลังศึกษาอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ กรุงเทพมหานคร โดยเธอมีพี่ชาย 1 คน และมีโดรนตัวที่โปรดปรานคือ “ใบพัดสีน้ำเงิน”
“วินาทีที่ได้รับรางวัลหนูดีใจมาก แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เดินไปหาคุณพ่อแล้วก็ชนหมัดกัน เป็นสัญลักษณ์ว่าทำได้แล้ว และพอกลับมาถึงไทยเพื่อนๆ ที่โรงเรียนก็มีมาถามว่าได้ที่เท่าไหร่ หนูก็ตอบไปว่าได้เหรียญทอง” น้องมิลค์บรรยายความรู้สึกออกมาสั้นๆ
ก่อนเริ่มเล่าย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในการขับโดรน
“ตอนเด็กๆ หนูจะตามคุณพ่อไปดูการแข่งขันการบังคับเฮลิคอปเตอร์อยู่บ่อยๆ ตอนนั้นแค่ดูก็รู้สึกว่าสนุกมาก เลยอยากลองเล่นบ้าง ซึ่งคุณพ่อก็อนุญาต พอได้จับรีโมตบังคับครั้งแรก หนูก็สามารถบังคับได้เลยโดยไม่ทำให้เฮลิคอปเตอร์บังคับร่วงลงมา”
เรียกว่า “”ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น”” ซึ่งก็ไม่เพียงแค่เล่นเพื่อความสนุกเท่านั้น แต่คุณพ่ออาวุธ วรรณผ่อง ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของน้องมิลค์ยังได้พาเธอลงแข่งบังคับเฮลิคอปเตอร์บังคับก่อนจะเข้าสู่วงการบังคับโดรนอีกด้วย เพราะการแข่งขันเฮลิคอปเตอร์บังคับต้องใช้ทุนเยอะกว่า และต้องสั่งสมประสบการณ์เป็นระยะเวลานาน
“หนูชอบความเร็วค่ะ การขับเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์บังคับเขาจะดูกันที่การตีลังกา ลีลาท่าทางการบังคับ แต่การแข่งขันโดรนวัดกันที่ความเร็ว”
“สิ่งสำคัญคือต้องขยันซ้อม และหมั่นบำรุงสายตาอยู่เสมอเพราะสายตาสำคัญมาก หนูมีเคล็ดลับคือต้องพักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานผักที่มีประโยชน์ ซึ่งหนูก็ชอบกินผักอยู่แล้วด้วย” น้องมิลค์เล่าด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นเมื่อได้พูดถึงสิ่งที่ชอบ





นอกจากนี้ยังได้แง้มให้ฟังถึงความฝันตั้งแต่เด็กๆ ว่า “เมื่อก่อนหนูคิดว่าโตขึ้นอยากเป็นหมอ แต่ตอนนี้อยากเป็นนักกีฬาโดรน เพราะรู้สึกไม่เบื่อเลย สนุกทุกครั้งที่ได้เล่น แต่พอเล่นเพื่อเป็นนักกีฬาแล้ว ก็ต้องมีวินัยในการฝึกซ้อมที่เคร่งครัดด้วย”
ทั้งนี้ น้องมิลค์ยังได้เล่าถึงการแบ่งเวลาสำหรับการซ้อม และการเรียน ว่า เธอซ้อมทุกวันหลังเลิกเรียนไม่เคยขาด ประมาณ 2-3 ชม./วัน หรือทั้งหมด 12 ก้อนแบตเตอรี่ โดยคุณพ่อจะบอกเสมอว่าต้องทำการบ้านให้เสร็จจนหมดก่อน ถึงจะอนุญาตให้ออกไปซ้อม หากวันไหนมีการบ้านเยอะ ก็จะพักการซ้อมไปก่อน
“นอกจากเล่นโดรนแล้ว ในวันว่างหนูก็ชอบดูหนังภาษาอังกฤษ เพราะชอบเรียนวิชาคอมพิวเตอร์และภาษาอังกฤษที่สุดแล้ว” น้องมิลค์เล่า ก่อนทิ้งท้ายถึงเด็กๆ ที่มีความฝันว่า
“หากยังไม่รู้ว่าชอบอะไร อยากให้ลองดูจากของเล่นที่เราชอบเล่น อาจจะกลายเป็นแรงบันดาลใจได้” น้องมิลค์กล่าวพร้อมรอยยิ้มที่นานๆ จะได้เห็นจากแชมป์บินโดรนเจ้าของฉายา “เสือยิ้มยาก” คนนี้
แชมป์โลก



ข่าวที่เกี่ยวข้อง
– เปิดใจ ‘น้องมิลค์’ กับความลับที่ทำให้ ‘คว้าแชมป์บินโดรน’ อายุน้อยที่สุดในโลก
เปิดใจ ‘น้องมิลค์’ กับความลับที่ทำให้ ‘คว้าแชมป์บินโดรน’ อายุน้อยที่สุดในโลก

