‘ช่างทำผม’ 4.9พันคน วอน”บิ๊กตู่” เยียวยา ยันไม่มีจะกินแล้ว แจงยิบวิธีป้องกันเชื้อถ้าได้เปิดร้าน

ช่างทำผม
แฟ้มภาพ

‘ช่างทำผม’ 4.9พันคน วอน”บิ๊กตู่” เยียวยา ยันไม่มีจะกินแล้ว แจงยิบวิธีป้องกันเชื้อถ้าได้เปิดร้าน

ช่างทำผม – จากกรณีที่จะมีการเสนอให้บางธุรกิจบางกิจการกลับมาเปิดกิจการได้ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านเสริมสวย แต่ต้องดูวิธีการทำอย่างไร รวมทั้งปรึกษากระทรวงสาธารณสุข และศูนย์โควิดของรัฐบาลด้วยนั้น

เมื่อวันที่ 14 เมษายน นายณัฐวัฒน์ ปิยะศิริพัณฑ์ นายกสมาคมช่างผมเสริมสวยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความเดือดร้อนของช่างผมในครั้งนี้ เรียกได้ว่ามากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะถูกปิดร้าน มากกว่าน้ำท่วมใหญ่ที่ตอนนั้นทุกร้านยังพอเปิดได้ หลังจากหยุดมา 20 กว่าวัน เราได้รับการร้องเรียนจากช่างทำผม ที่พูดกันว่าไม่มีจะกินแล้ว โดยเฉพาะด้านค่าเช่าที่เสียกันเดือนละเป็นหมื่น บางร้านบนห้างเสียค่าเช่านับแสนบาท ทางสมาคมจึงได้เปิดให้ลงชื่อสำหรับผู้ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งตอนนี้มีเกือบ 1 หมื่นรายแล้ว โดยได้นำชื่อ 4,900 ชื่อ ในช่วงแรก ไปยื่นขอความอนุเคราะห์แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลให้ช่วยเยียวยา และยังได้ไปยื่นที่รัฐสภาด้วย

“ทางสมาคมได้ขอวิงวอนให้รัฐบาล ช่วยประสานกับผู้ให้เช่าที่ ให้ช่วยลด หรืองด ค่าเช่าร้าน เป็นเวลา 3 เดือน และอยากให้ช่วยชดเชยให้ร้านที่ถูกสั่งปิด 30,000 – 50,000 บาทตามขนาดของร้าน และวิงวอนให้รัฐช่วยหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ โดยธนาคารต่างๆ ก็จะสนับสนุน SME อยู่แล้ว” นายณัฐวัฒน์กล่าว

นายณัฐวัฒน์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้อนุญาตให้ร้านทำผมกลับมาเปิดได้ ซึ่งเจ้าของร้านก็ตื่นตัว เตรียมตัวทั้งอุปกรณ์ เจลล้างมือ ที่วัดไข้ ส่วนจ.นนทบุรี เพิ่งจะยกเลิกคำสั่งอนุญาตไป โดยหากกลับมาเปิดอีกครั้ง ก็จะมีนโยบายด้านความปลอดภัยต่างๆ เช่น ให้จองมาตัดผม เข้าได้ทีละคน ช่างอยู่ห่างกันไม่ต่ำกว่า 2 เมตร ใส่แมสก์และถุงมือทุกครั้ง ห้ามนั่งรอ ตอนนี้ ก็ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนเตรียมตัว ก็อยากขอวิงวอนรัฐบาล เพราะรัฐบาลสั่งปิด 100% แต่รายได้ของเรานั้นเท่ากับศูนย์ ช่างผมต่างเดือดร้อนกันจริงๆ

ภาพจาก สมาคมช่างผมเสริมสวยแห่งประเทศไทย

ด้าน นายอนันต์ เชียงสอน นายกสมาคมเสริมสวยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตั้งแต่มีคำสั่งให้ปิดร้านเสริมสวย ร้านทำผมนั้น ที่สมาคมรับสายโทรศัพท์ทุกวัน คือ ช่างหลายคนโทรมาแจ้งความเดือดร้อนอยู่ตลอด เพราะร้านทำผมนั้นมีคำสั่งปิดอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้ขาดรายได้ แต่ยังมีรายจ่ายอยู่ตลอด ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่ากินอยู่ เงินส่งให้พ่อแม่ โดยเฉพาะค่าเช่าร้าน หลายคนต้องไปยกอุปกรณ์ กระจกต่างๆออกจากร้าน เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า บางรายเปิดร้านในห้าง มีลูกน้องอีกจำนวนมาก หลายคนไปกรอกขอรับเงินเยียวยาก็ถูกตีกลับ เราก็ได้นำรายชื่อที่ได้ไปยื่นนายกฯ เพื่อขอให้เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการร้าน

“ที่ผ่านมา ร้านแต่ละร้านไม่กล้าเปิด เพราะมีค่าปรับสูง รวมทั้งไม่กล้าไปตัดตามบ้านของลูกค้า เนื่องจากมีประกาศว่าเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อ ซึ่งเราก็ได้ไปขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยเยียวยา อาจจะเป็นเงินกู้จากธนาคารภาครัฐต่างๆ ก็ยังคงรอคำตอบจากภาครัฐอยู่ ในช่วงนี้หลายจังหวัด ผู้ว่าฯได้อนุญาตให้เปิดร้านทำผมได้ ทางกลุ่มช่างผมก็เชื่อในศักยภาพของเรา มีมาตรการต่างๆ รองรับหากเปิดให้บริการ คือ ทุกร้านต้องมีเจลล้างมือให้ลูกค้า ช่างผมมีแมสก์ เฟซชิลด์ ถุงมือ อุปกรณ์ทำผมต่างๆ หวี กรรไกร ทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอลล์ รวมไปถึง การนัดลูกค้า 2 ชั่วโมงต่อ 1 คน ไม่ให้ลูกค้าเจอกัน และมีระยะห่างระหว่างช่างทำผม 1-2 เมตร และ ทำได้ไม่เกินครั้งละ 2 คน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงได้ ทางช่างผมต่างๆก็อยากได้รับความอนุเคราะห์ตรงนี้” นายอนันต์กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หวั่นตกงานพุ่ง10 ล้าน เล็งปลดล็อกธุรกิจ เปิด ‘ห้าง-ตัดผม -เสริมสวย-ร้านอาหาร’ เร่งช่วยทั้งลูกจ้าง-ผู้ประกอบการ

กรมอนามัยเตือน ให้ช่างมาตัดที่บ้าน ต้องตัดแบบ 1 ต่อ 1 ใช้เวลาตัดสั้นที่สุด แนะ หากตัดเองได้ก็ควรทำ

ฝันสลาย! ผู้ว่าฯนนท์ยกเลิกผ่อนปรน 38 สถานประกอบการ รวมร้านตัดผม สั่งปิดเหมือนเดิมถึง 30 เม.ย.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตรวจสอบตัวเอง ก่อนอุทธรณ์ “เราคือผู้ที่ใช่ ควรได้รับ 5 พันบาทหรือไม่”
บทความถัดไปไต้หวันแฮปปี้! ไร้ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่