อย่ารอ 300 ปี ‘เท่าเทียมทางเพศ’ คุณหญิงณัฐิกา ชี้เรื่อง ‘ผู้หญิง’ ต้องสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

15.03.23 | 16:59 น.

อย่ารอ 300 ปี ‘เท่าเทียมทางเพศ’ คุณหญิงณัฐิกา ชี้เรื่อง ‘ผู้หญิง’ ต้องสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ ออกมากล่าวถึงความเท่าเทียมทางเพศในโอกาสวันสตรีสากลที่ผ่านมาว่า

“ความเท่าเทียมทางเพศเป็นเรื่องที่ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ ถ้ามันคืบหน้าไปในอัตราปัจจุบัน ความเท่าเทียมทางเพศของสตรีคงอยู่ห่างออกไปอีก 300 ปี เพราะสิทธิสตรีกำลังถูกกระทำชำเรา คุกคาม และล่วงละเมิดทั่วโลก อาทิ การเสียชีวิตของมารดา เด็กผู้หญิงถูกไล่ออกจากโรงเรียน ผู้ดูแลเด็กปฏิเสธงาน และเด็กที่ถูกบังคับให้แต่งงานก่อนวัยอันควร ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความก้าวหน้าที่ทำมาหลายทศวรรษกำลังหายไปต่อหน้าต่อตาเรา”

กุแตเรซ กล่าวด้วยว่า หลายศตวรรษของการปกครองแบบปิตาธิปไตย การเลือกปฏิบัติ และแบบแผนที่เป็นอันตราย ได้สร้างช่องว่างระหว่างเพศอย่างมากทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยยกตัวอย่างว่ามีผู้หญิงเพียง 3% เท่านั้นในสาขาดังกล่าวที่ได้รับรางวัลโนเบล

อันโตนิอู กุแตเรซ

เลขาธิการยูเอ็นได้เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกดำเนินการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน เพื่อให้การศึกษาที่ตอบสนองต่อเพศสภาพ ปรับปรุงการฝึกอบรมทักษะ และลงทุนมากขึ้นในการเชื่อมโยงความเหลื่อมล้ำทางเพศทางดิจิทัล

Advertisement

“ระบอบปิตาธิปไตยกำลังต่อสู้กลับ แต่พวกเราก็จะต่อสู้เช่นกัน ยูเอ็นจะยืนเคียงข้างสตรีและเด็กหญิงในทุกหนแห่ง” กุแตเรซกล่าว

ขณะที่ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ออกมาระบุ

“เห็นถึงพลังสตรีไทยมานานหลายปีแล้ว เชื่อมั่นว่าเราสามารถทำได้เร็วกว่านั้นถึง 30 เท่า และเชื่อมั่นพลังสตรีไทยในการเป็นผู้นำ และทำประโยชน์ให้กับสังคมในทุกมิติ ซึ่ง พม. ได้กำหนดนโยบายการเสริมพลังผู้หญิงและเด็กหญิงด้านเทคโนโลยีดิจิทัลไว้ในแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาสตรีแห่งชาติ (พ.ศ.2566-2570) เร่งลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลสำหรับผู้หญิงและเด็กหญิง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ผ่านโครงการมากมาย

จุติ ไกรฤกษ์ มอบรางวัลเกียรติยศ

กับเรื่องนี้ “คุณหญิงณัฐิกา วัฒนเวคิน อังอุบลกุล” สตรีไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลเกียรติยศในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสตรีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นสตรีดีเด่น 3 ปีซ้อน ในงาน “วันสตรีสากล ประจำปี 2566” ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ให้ความเห็นต่อการพัฒนาสตรีในประเทศไทยว่า

ในฐานะที่เป็นผู้หญิงถูกปลูกฝังจากครอบครัวมาตลอดว่าจะต้องทำงานเพื่อสังคม ซึ่งการทำงานกับสิ่งที่ใกล้ตัวเราที่สุดก็คือผู้หญิง เด็กและครอบครัว เป็นส่วนที่ได้ดำเนินการมาโดยตลอด

“งานจะเกิดผลสำเร็จได้ ต้องได้รับการสนับสนุนและได้รับโอกาสจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสุภาพบุรุษด้วย ซึ่งปัจจุบันเราไม่พูดกันถึงเรื่องของเพศ แต่ทำอย่างไรที่เราจะส่งเสริมให้บุคคลนั้นมีศักยภาพ มีโอกาสที่จะได้ทำงานเพื่อตนเอง เพื่อประเทศชาติ เพื่อสังคมส่วนรวม และเพื่อโลกด้วย ถ้ามีโอกาสเติบโตและก้าวหน้าในการทำงานออกสู่สากลก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่เราจะได้เผยแพร่ชื่อเสียงสตรีไทยของเราด้วย”

เมื่อถามถึงมุมมองถึงศักยภาพและความเท่าเทียมของสตรีไทย คุณหญิงณัฐิกา กล่าวว่า สังคมไทยเราเปิดกว้างให้สตรีและทุกเพศสภาพค่อนข้างมากหากเทียบกับประเทศอื่นๆ การพัฒนาความก้าวหน้า การเติบโต การให้โอกาส และความเท่าเทียม คิดว่าประเทศไทยอยู่อันดับต้นๆ ของโลก เป็นสิ่งน่าภาคภูมิใจ

“อย่างไรก็ตามยังมีความจำเป็นที่เราจะต้องช่วยกันผลักดันสนับสนุนและให้โอกาสอย่างต่อเนื่อง เพราะการที่เราจะดึงความสามารถของแต่ละบุคคลออกมาช่วยกันทำงานให้กับทุกภาคส่วนของสังคมเป็นประโยชน์และเป็นความชาญฉลาดด้วยถ้าเราสามารถดึงความสามารถของทุกบุคคลออกมาใช้ประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวมและประเทศชาติ”

คุณหญิงณัฐิกา กล่าวด้วยว่า สิ่งที่อยากจะฝากคือ อยากให้สตรีให้กำลังใจกับตัวเองก่อน และกล้าที่จะออกมาแสดงความสามารถ ถ้าเราได้รับโอกาสแล้วก็ไม่ควรจะปล่อยโอกาสนั้นผ่านไป และก็ส่งต่อโอกาสเหล่านั้นให้กับรุ่นต่อๆ ไปด้วย ช่วยกันสร้างอนาคตของชาติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

อ่านข่าวเพิ่มเติม