สืบเนื่องกรณี นายธวัชชัย ขยันยิ่ง อายุ 75 ปี อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) และอดีตประธานสภาวัฒนธรรม อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ความกังวลถึงความเหมาะสมของการห้องสุขาใหม่ที่วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ แทนห้องสุขาเก่าที่ก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อเยื้อนก่อนปี 2551 เนื่องจากจุดที่จะก่อสร้าง ตั้งอยู่ใกล้กับ ‘ปากคลองลาดชวดโพธิ์’ ซึ่งเป็นคลองโบราณทางฝั่งทิศใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ โดยอยู่ระหว่างการขออนุญาตกรมศิลปากรนั้น (อ่านข่าว อดีต สจ. หวั่น ส้วมใหม่ ‘วัดต้นโพธิ์’ บังภูมิทัศน์ ปวศ. คลองลาดชวดโพธิ์) 
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ว่า ทางวัดคงเข้าใจว่า จุดดังกล่าวคือพื้นที่ท้ายวัด ส่วนฝั่งถนน คือหน้าวัด แต่จริงๆ แล้ว ถนนเกิดขึ้นภายหลัง ดังนั้น พื้นที่ที่จะสร้างส้วมใหม่ เดิมคือหน้าวัด ซึ่งควรได้รับการคงไว้ซึ่งภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์มากกว่าการสร้างห้องส้วม ดังนั้น ตนจึงไม่เห็นด้วยหากจะสร้างในจุดดังกล่าว
“บริเวณดังกล่าว เคยมีคลองลาดโพธิ์ ซึ่งไหลลงแม่น้ำบางปะกง ตามตำนานของวัดระบุว่า ต้นโพธิ์นี้ถูกนำมาจากทะเล มาขึ้นที่วัด ซึ่งก็ต้องขึ้นที่คลองลาดโพธิ์ เพราะฉะนั้นจึงหมายความว่า พื้นที่นั้นคือด้านหน้าวัด ทางวัดควรต้องเปิดมุมตรงนี้เพื่อบอกเล่าประวัติวัด
สิ่งสำคัญถัดมาคือ ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังวัดต้นโพธิ์ ถือว่าไม่มากนักหากเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นในพื้นที่ จึงไม่มีประโยชน์ที่จะสร้างส้วมในจุดที่ใกล้กับต้นโพธิ์ แต่ควรไปสร้างในจุดอื่นของวัด เช่น ใกล้ศาลาวัด” รศ.ดร.รุ่งโรจน์ กล่าว
รศ.ดร.รุ่งโรจน์ กล่าวต่อไปว่า ต้นโพธิ์ที่วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ มีการสร้างวิหารคดที่เป็นไม้ล้อมรอบ (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นปูนซีเมนต์) มาจากแนวคิด ‘โพธิฆระ’ คือ วิหารที่ล้อมรอบต้นโพธิ์ ดังปรากฏในภาพถ่ายเก่า ทั้งนี้ ต้นโพธิ์ คือ สัญลักษณ์การตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นิทานเรื่องการนำต้นโพธิ์ทูนหัวขึ้นมาปลูกมาจากวรรณคดีมหาวงศ์ ตอนอัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์สู่ลังกาทวีป

นายสุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์เครือมติชน ในฐานะชาวบ้านโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า วัดต้นโพธิ์ มีต้นโพธิ์เป็นศูนย์กลางศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังสร้างความเคลื่อนไหวทางการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นด้วย ‘สตอรี่’ ต่างๆ
“ต้นโพธิ์เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีคนกราบไหว้มากที่สุดในโลก ต้นโพธิ์ที่วัดต้นโพธิ์มีขนาดใหญ่ที่สุดต้นหนึ่งในประเทศไทย และมีประวัติความเป็นมายาวนานมาก
วัดต้นโพธิ์ฯ สร้างขึ้นปลายแผ่นดิน ร.3 ระหว่าง พ.ศ. 2380-2390 อยู่ในดงศรีมหาโพธิ์ ซึ่งได้ชื่อจากโพธิ์ต้นหนึ่ง เป็นที่สักการบูชาของชาวบ้านทั้งใกล้และไกล บริเวณวัดต้นโพธิ์ฯ เป็นที่ดอน หรือโนน และเคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาก่อน แต่รกร้างไปนานแล้ว เหลือแต่ต้นโพธิ์ใหญ่เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีคนเคารพกราบไหว้สืบมา จึงยังเป็นที่รู้จักในชื่อดงศรีมหาโพธิ์
เมื่อมีชุมชนคนพวนถูกกวาดต้อนมาตั้งหลักแหล่ง สมัย ร.3 จึงร่วมกันสร้างวัดต้นโพธิ์ฯ ทับซ้อนบนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีมาก่อน” นายสุจิตต์ กล่าว

ปัจจุบันรื้อหมดแล้ว

ทั้งนี้ พระราชหัตถเลขา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ.2451 ระบุถึง ดงศรีมหาโพธิ์ ความตอนหนึ่งว่า
‘ดงศรีมหาโพธิ์นี้ ได้ชื่อจากต้นโพธิ์ต้นหนึ่ง ซึ่งว่าเป็นโพธิ์เก่าแก่ เป็นที่นับถือสักการบูชา
โพธิ์นั้นตั้งอยู่บนโนน แต่คนแก่เขาบอกว่าไม่ใช่โนน เป็นทรายที่คนนับถือไปบูชา กองพอกๆ ขึ้นไปจนเป็นโนนสูงสัก 6 ศอกเศษ
ฤดูเดือนห้า ราษฎรพากันไปไหว้ต้นโพธิ์และพระบาท มาแต่ไกลจากเมืองพนมสารคาม ท่าประชุมและที่อื่นๆ เป็นตลาดนัดซื้อขายจอแจกัน 2 วัน 3 วัน และมีดอกไม้เพลิงบ้องไฟ เป็นต้นมาจุดในการนักขัตฤกษ์นี้’





