อาจารย์ม.ศิลปากร เปิดผลตามหาชื่อ ‘ปุสรขิต’ ในจารึกอินเดีย หลังพบแหวนทองคำ ที่ดอนยายทอง

5.07.26 | 16:10 น.

อาจารย์ม.ศิลปากร เปิดผลตามหาชื่อ ‘ปุสรขิต’ ในจารึกอินเดีย หลังพบแหวนทองคำ ที่ดอนยายทอง

 

จากรณี กรมศิลปากร ออกมาเปิดเผยว่า ในการเก็บหลักฐานทางโบราณคดีจาก แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี นักโบราณคดีได้พบแหวนทองคำเพิ่มอีก จำนวน 2 วง จากโครงกระดูกหมายเลข 4 โดยหนึ่งวงพบว่าส่วนหัวแหวน มีการสลักอักษรโบราณ เป็นลักษณะของแหวนตราประทับ เบื้องต้น ดร.อุเทน วงศ์สถิต คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านภาษาโบราณ กรมศิลปากร สันนิษฐานว่าเป็นอักษรอินเดียโบราณพราหมี อายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 5-7 หรือประมาณ 1,900-2,100 ปีที่ผ่านมา อ่านว่า “ปุสรขิตส” แปลว่า “ของปุสรขิตะ” หมายถึงผู้ที่ถูกรักษาโดยฤกษ์หรือดาวปุษยะ สันนิษฐานว่า เจ้าของแหวนน่าจะอยู่ในวรรณะแพศย์ (พ่อค้า) ส่วนแหวนอีกหนึ่งวง ไม่มีลวดลายประดับตกแต่งนั้น

อ่านข่าว

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ สาขาวิชาจารึกภาษาไทยและภาษาตะวันออก Epigraphy in Thai&Oriental Languages แชร์โพสต์ของ ผศ.ดร.กังวล คัชชิมา อาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญจารึกและเอกสารโบราณ ถึงกรณีพบจารึกบนแหวนทองคำ จากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ว่า 

ตามหาชื่อ “ปุสรขิต” ในจารึกที่อินเดีย

Advertisement

จากชื่อ “ปุสรขิต” บนแหวนที่เพชรบุรี มีการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณมัลดิโว และ อ.อุเทน เจ้าของคำอ่าน ทำให้ต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลและตามรอยข้อมูลต่าง ๆ เท่าที่มีข้อมูลอยู่ในมือ ณ ขณะนี้

เมื่อได้ทราบว่ามีชื่อนี้ปรากฏที่สถูปสาญจี ก็ระลึกได้ว่า เคยไปตะลอนเก็บข้อมูลแถวนั้น รวมทั้งที่สาญจีด้วยเมื่อไม่นานมานี้ พร้อมทั้งได้ถ่ายรูปจารึกอักษรพราหมี และจารึกสมัยหลังๆ เอาไว้ด้วย ซึ่งมีมากมายทั่วไปหมด จารึกที่สถูปสาญจีเกือบทั้งหมดเป็นรายชื่อเจ้าภาพผู้บริจาคหินก้อนนั้น ๆ ทั้งที่เป็นหินธรรมดา และที่สลักลวดลายอันสวยงาม แต่ก็ไม่ได้ถ่ายมาทั้งหมด เพราะบางชิ้นอยู่ในตำแหน่งที่ถ่ายลำบาก อยู่ในซอกในหลืบ หรือบางชิ้นก็ลบเลือนจนอ่านได้ยากแล้วในปัจจุบัน

ดูรายชื่อผู้คนในจารึกจนตาลายไปหมด ยังหาชื่อที่ตรงกับ “ปุสรขิต” เป๊ะๆ ไม่พบ แต่มาสะดุดอยู่ชื่อหนึ่งซึ่งใกล้เคียงกันคือจารึกที่มีข้อความว่า “อิสิรขิตสทานํ” ตัวอักษรเป็นแบบใกล้เคียงกัน (ที่สาญจีเก่ากว่าหน่อยหนึ่ง) เป็นภาษาปรากฤต เหมือนจารึกบนแหวนที่เพชรบุรี

อันว่าภาษา “ปรากฤต” นี่แหละเป็นที่มาของภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน ดังนั้นเราจะเรียกว่า “ภาษาบาลีเก่า” ก็ได้  หลักเกณฑ์ภาษาบาลีที่เราเรียนรู้ในปัจจุบันนั้น พัฒนามาจากภาษาปรากฤตนี้เอง (ใครจะดราม่าก็ตามสะดวก)

ข้อความ “อิสิรขิตสทานํ” นี้

ถ้าเป็นภาษาบาลีจะใช้ว่า “อิสิรกฺขิตสฺส ทานํ”

ถ้าเป็นภาษาสันสกฤตจะใช้ว่า “ฤษิรกฺษิตสฺย ทานํ”

คำแปลเหมือนกันคือ  ทาน(ของถวาย)ของ(คนชื่อ) อิสิรขิตะ

ถ้าไม่อยากสับสน เพราะปัจจุบันมีข้อมูลในโซเชียลมากมาย ไม่รู้อันไหนจริงอันไหนปลอม แนะนำว่า “อ่านให้ออกด้วยตัวเอง” ตัวอักษรกลุ่มนี้หัดอ่าน หัดเขียนง่ายมาก พออ่านออกได้บ้างแล้ว จะมีตัวอย่างให้อ่านให้ศึกษาเพิ่มเติมอีกมากมายทั้งที่พบในอินเดีย ศรีลังกา และใกล้เคียง รวมทั้งที่พบในประเทศไทยแบบแหวนที่เพชรบุรีนี้ด้วย

เหมือนเราอ่านเราเขียนตัวอักษรไทยได้เอง เราไม่ต้องกลัวใครมาหลอกเราว่า ที่เรากำลังอ่านอยู่นี้ไม่ใช่อักษรไทย ก็เมื่อเรากำลังอ่านอยู่นี้ และเข้าใจความหมายอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ เราคงไม่สับสน ถ้ามีฝรั่งหรือแขกซักคนมาบอกว่า ภาษาที่เรากำลังอ่านอยู่นี้ ไม่ใช่ภาษาไทย

อักษรกลุ่มนี้หาเรียนได้ที่ไหน…ตอนนี้ กำลังอยากรู้มากเลย

ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี กำลังจะเปิดสอนอักษรกลุ่มนี้สนอง need ของท่านในไม่ช้านี้ เริ่มต้นอ่านให้ออก แล้วมาอ่านคำจารึกบนแหวน บนโบราณวัตถุอื่นๆ ที่เราอยากจะรู้กัน

ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จะประกาศรับสมัคร จะอบรมกันทางออนไลน์ รับจำนวนจำกัด เพราะถ้ามากเกินไป จะดูแลไม่ทั่วถึง ทำให้การอบรมไม่มีประสิทธิภาพ ใครสมัครช้า ไม่ได้อบรมแน่นอน.. ขอบอก