สน.ศิลปากรที่10 แจง‘ทัศนะอุจาด’ ปราสาทสระกำแพงใหญ่ ชี้วัดสร้างเอง ขอให้รื้อ ไม่ยอม อ้างกรมศิลป์ไม่มีอำนาจ
จากกรณี ดร.กรกฎ บุญลพ แสดงความคิดเห็นต่อภูมิทัศน์ของปราสาทสระกำแพงใหญ่ อำเภอ อุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ออกมาเปิดเผยว่า ปราสาทสระกำแพงใหญ่ ประสบความล้มเหลวในเชิงการอนุรักษ์และพัฒนา เพราะนับวันสภาพ ‘ทัศนะอุจาด’ เชิงภูมิทัศน์ เนื่องจากพื้นที่รอบๆ มีประติมากรรมต่างๆ ที่เป็น ‘สิ่งแปลกปลอม’ ทางภูมิทัศน์ในระยะประชิดแนวระเบียงคด ล้อมรอบกลุ่มปราสาทประธาน และอาคารต่างๆ ของปราสาท พฤติการณ์เหล่านี้ คือการบุกรุก ลดทอน และทำให้เสื่อมคุณค่าต่อโบราณสถานที่ทั้งยังเป็นโบราณสถานซึ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ นานกว่า 80 ปีแล้ว
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา กรมศิลปากร เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากเพจ Matichon Online – มติชนออนไลน์ ได้นำเสนอหัวข้อข่าวเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 รายงานว่า ดร.กรกฎ บุญลพ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีแสดงความคิดเห็นต่อภูมิทัศน์ของปราสาทสระกำแพงใหญ่อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ว่าเป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดลำดับที่ 4 ในเขตประเทศไทย ไม่นับรวม ปราสาทพระวิหาร ตามหลักภูมิศาสตร์สากล แต่ประสบความล้มเหลวที่สุด ในเชิงการอนุรักษ์และพัฒนา เพราะนับวันสภาพ ‘ทัศนะอุจาด’ เชิงภูมิทัศน์ยิ่งเพิ่มทวีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะมองจากมุมใด ฯลฯ
สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา (สศก. ที่ 10 นครราชสีมา) ขอเรียนว่า ประเด็นสิ่งปลูกสร้างในเขตโบราณสถานปราสาทสระกำแพงใหญ่ ทางวัดสระกำแพงใหญ่ เป็นเจ้าของแนวคิดและดำเนินการเอง โดยไม่ได้ขออนุญาตอธิบดีกรมศิลปากรเป็นหนังสือ โดยอ้างว่า ดำเนินการนอกเขตโบราณสถานที่กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน ขนาดพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ 3 งาน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่ได้รับทราบข้อมูลแนวเขตโบราณสถาน จึงได้ร้องเรียนไปยังสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา อยู่เป็นประจำ สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น ทางสำนักฯ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานขอความร่วมมือจากเจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่หลายครั้ง แต่ทางวัดอ้างว่า โบราณสถานตั้งอยู่ในเขตวัดสระกำแพงใหญ่ กรมศิลปากรไม่มีอำนาจสั่งให้รื้อถอนสิ่งติดตั้งหรือสิ่งก่อสร้างภายในเขตวัดสระกำแพงใหญ่
สำหรับประติมากรรมที่ติดตั้งบริเวณด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ นั้น เนื่องจากติดตั้งในเขตโบราณสถาน และรูปแบบการดำเนินการไม่เข้ากับบริบทของโบราณสถาน ทางสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 และขอเข้าพบเพื่อประสานขอความร่วมมือต่อเจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่ แต่เจ้าอาวาสติดภารกิจนอกพื้นที่
ทางสำนักฯ จึงได้มีหนังสือนมัสการเจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่ เพื่อขอความร่วมมือให้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งติดตั้งและปรับพื้นที่โบราณสถานให้อยู่ในสภาพปกติดังเดิม เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ปัจจุบัน ทางวัดยังไม่ได้ดำเนินการรื้อถอน จึงปรากฏภาพทัศนะอุจาดในสื่อออนไลน์ จากปัญหาที่เกิดขึ้น สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมาจะดำเนินการประสานขอความร่วมมือให้ทางวัดสระกำแพงใหญ่รื้อถอนสิ่งติดตั้ง หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิทัศน์โบราณสถาน ออกจากพื้นที่โบราณสถาน เป็นหนังสืออีกครั้ง


