ใครเคลมไม่ได้! ‘ซาบีดา’ ประกาศความพร้อม ‘ชุดไทย’ มรดกโลก ชู 1 จังหวัด 1 ต้นแบบร้านเช่าชุดไทย
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ โรงแรมเดอะ เบด เวเคชั่น ราชมังคลา จังหงัดสงขลา น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายและติดตามผลการดำเนินงานของ วธ. กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่จังหวัดสงขลา ว่า ที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2569 โดยเฉพาะการขับเคลื่อนชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทย ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ในเดือนธันวาคม นี้

น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา วธ.ได้สร้างการรับรู้เกี่ยวกับชุดไทย โดยนำชุดไทยไปจัดโรดโชว์ในประเทศต่างๆ และได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติจำนวนมาก ส่วนใหญ่ชื่นชมว่าชุดไทยมีความสวยงาม โดยเฉพาะเสน่ห์ของชุดไทยพระราชนิยมที่มีรูปแบบและช่วงเวลาการสวมใส่ที่เหมาะสม ถือเป็นมรดกทางอัจฉริยภาพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงถ่ายทอดไว้ให้คนไทย
“การสวมใส่ชุดไทยในแบบที่ถูกต้องตามที่ได้ทรงพระราชทานไว้ ถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดี การคิดค้นชุดไทยแต่ละแบบ สมเด็จพระพันปีหลวงทรงศึกษาวิจัยจากการแต่งกายของคนไทยในแต่ละยุคสมัย รวมถึงจิตรกรรมฝาผนังต่างๆ ดังนั้น ประเทศใดจะมาเคลมไปไม่ได้ ขณะที่ข้อมูลการสวมใส่สไบมีหลักฐานมาตั้งแต่สมัยทวารวดี แม้ใครจะเคลม แต่องค์ความรู้เหล่านี้ยังอยู่กับคนไทย เราสามารถต่อยอดและเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง” น.ส.ซาบีดา กล่าว
น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการเผยแพร่ชุดไทยทั้ง 8 แบบ วธ.มีแนวคิดจัดทำต้นแบบร้านเช่าชุดไทย โดยให้ 1 จังหวัด มี 1 ต้นแบบการตัดเย็บ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้ามาร่วมงานกับ วธ. โดยร้านที่จะเข้าร่วมจะต้องมีต้นแบบชุดไทยที่ถูกต้อง เพื่อสร้างแรงจูงใจ พร้อมมอบรางวัล โล่ หรือตราสัญลักษณ์ชุดไทยพระราชนิยม เพื่อเป็นเครื่องหมายรับรองว่าร้านดังกล่าวสามารถตัดเย็บชุดไทยได้อย่างถูกต้อง และประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านที่ได้รับการรับรองได้

“ภาคใต้มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งและหลากหลาย ทั้งผ้าทอพื้นถิ่น ศิลปะการแสดง เช่น โนราและหนังตะลุง ประเพณี ศาสนา เมืองเก่า แหล่งมรดก ตลอดจนวิถีชีวิตของชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและอยู่ร่วมกันอย่างงดงาม วธ.มุ่งนำอัตลักษณ์เหล่านี้มาต่อยอดผ่านความคิดสร้างสรรค์ ทั้งการออกแบบ การเล่าเรื่อง การพัฒนาคุณภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ และการตลาด โดยเชื่อมโยงชุมชน ศิลปิน ผู้ประกอบการภาคเอกชน และภาคการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน” น.ส.ซาบีดา กล่าว
น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการผลักดันเมืองเก่าสงขลาให้เป็นมรดกโลกว่า วธ. โดยกรมศิลปากร กำลังผลักดันการนำเสนอเอกสารขอรับการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment) ของแหล่งสงขลาและชุมชนริมทะเลสาบสงขลา เข้าสู่การพิจารณาในระดับประเทศ ได้แก่ คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และคณะรัฐมนตรี ตามลำดับ เพื่อขอความเห็นชอบในการนำส่งเอกสารไปยังศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 15 กันยายน 2569 และเข้าสู่กระบวนการประเมินขั้นต้นให้ทันตามกำหนดการของปีนี้





