จับแล้ว 4 โจ๋แก๊งปล้นทองโลตัสไชยาสุราษฎร์ อึ้ง 14-15 ร่วมด้วย อ้างหวังใช้หนี้พนันบอล

1.02.24 | 11:50 น.

จับแล้ว 4 โจ๋แก๊งปล้นทองโลตัสไชยาสุราษฎร์ อึ้ง 14-15 ร่วมด้วย อ้างหวังใช้หนี้พนันบอล


จากกรณีความคืบหน้าเหตุคนร้าย 2 คน ใช้อาวุธปืนขนาด.38 จำนวน 3 กระบอกบุกปล้นชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ในห้างเทสโก้โลตัส สาขาไชยา ริมถนนทางหลวงเอเชีย 41 ต.เลม็ด อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งยังมีประชาชนออกไปจับจ่ายซื้อสินค้าอยู่ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยทองรูปพรรณ จำนวน 40 เส้น น้ำหนัก 33.5 บาท มูลค่าประมาณ 1.3 ล้านบาท โดยนำรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งในคลองชลประทานบ้านในไร่ หมู่ 3 ต.เวียง อ.ไชยา ห่างที่เกิดเหตุประมาณ 3.7 กิโลเมตร แล้วหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2567 นั้น

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.นิพนธ์ พานิชเจริญ รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8, พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมกำลังตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหา 4 คนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ ได้แก่

1.นายสรายุทธ ฉิมกล่อง หรือ อิฐ อายุ 38 ปี ชาว จ.ระยอง หัวหน้าแก๊ง ทำหน้าที่บุกปีนเข้าไปกวาดเอาทอง
2.นายภูวดล คงเกษตร หรือ ภู อายุ 18 ปี ถืออาวุธปืน 2 กระบอกทำหน้าที่คุ้มกันก่อเหตุ
3.นายอโนชา แซ่หลี หรือ บอล อายุ 33 ปี ทำหน้าที่ดูเป้าหมาย
4.นายสมโชค (สงวนนามสกุล) หรือ โชค อายุ 15 ปี ทำหน้าที่ดูต้นทาง

Advertisement

ส่วน 5.นายอัครพนธ์ (สงวนนามสกุล) หรือ จิ๊กโก๋ อายุ 14 ปี ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์มารับคนร้ายที่จุดทิ้งอำพรางรถในคลอง ยังจับตัวไม่ได้

พล.ต.ท.สุรพงษ์กล่าวว่า คดีนี้ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.8 ร่วมกับ กก.5ป., กก.สส.ภ.จว. สุราษฎร์ธานี และ สภ.ไชยา เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้ โดยพบว่ามีคนร้ายทั้งหมด 5 คน ซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 14-15 ปี 2 คน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ และหมายเรียกในข้อกล่าวหาร่วมกันปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม

จากการสืบสวนทราบว่า นายอโนชา มีพฤติกรรมเป็นพ่อค้ายาเสพติดและเป็นญาติกับนายสรายุทธ ซึ่งนายสรายุทธเองก็เป็นหนี้จากการเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์ 2 ล้านบาท จึงคิดปล้นร้านทองหาเงินใช้หนี้ แต่ไปดูลาดเลาแล้วไม่สามารถลงมือได้ จึงมาบอกกับนายอโนชา ชักชวนกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นลูกน้องส่งยาเสพติดอยู่แถวชุมชนใต้โค้ง ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน ให้ร่วมก่อเหตุ โดยแบ่งหน้าที่กันทำงาน ซึ่งนายสรายุทธ คนวางแผนและตัวการสำคัญหลบหนีตามไปจับกุมได้ที่ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม อีก 3 คนจับได้ในพื้นที่ อ.พุนพิน และเหลืออีกคนคือเยาวชนอายุ 14 ปี ซึ่งคาดว่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้

“ทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันวางแผนโดยมาดูเป้าหมายก่อนลงมือก่อเหตุ 1 สัปดาห์ หลังก่อเหตุได้แยกย้ายกันหลบหนี และนำทองคำที่ปล้นมาได้ไปขายที่กรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออก จากนั้นนำทองคำและเงินที่ได้จากการขายมาแบ่งกัน โดยตำรวจใช้เวลา 10 วันสามารถปิดคดีได้ซึ่งนายสรายุทธ ตัวหัวโจกเป็นผู้ชักชวนนายอโนชาชี้นำเยาวชนที่เปราะบางมีปัญหามาจากครอบครัวร่วมก่อเหตุด้วยความฮึกเหิมและคึกคะนอง เป็นที่น่าวิตกห่วงใยมาก” พล.ต.ท.สุรพงษ์กล่าว