จับแล้ว! 3 โจ๋ประกบยิงหนุ่มปวช. รับเสียใจยิงผิดตัว ขอโทษคนเจ็บ สัญญาต่อไปจะตั้งใจเรียน

21.06.24 | 18:43 น.

จับแล้ว! 3 โจ๋ประกบยิงหนุ่มปวช. รับเสียใจยิงผิดตัว ขอโทษคนเจ็บ สัญญาต่อไปจะตั้งใจเรียน

จากกรณีนายอนุชิต (สงวนนามสกุล) หรือ แคท อายุ 15 ปี นักศึกษาระดับชั้น ปวช.1 ได้ชวนนายสุทธิรักษ์ (สงวนนามสกุล) หรือ ฟลุค อายุ 20 ปี เพื่อนรุ่นพี่ ขี่จักรยานยนต์จากบ้านไปเอากุญแจบ้านกับแม่ที่โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ขณะที่กำลังขี่ผ่านหน้าวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้ถูกชายขี่จักรยานยนต์ซ้อน 3 มาประกบ ก่อนคนนั่งตรงกลางจะใช้อาวุธปืนยิงนายอนุชิต โดนแก้มขวากระสุนฝังในลำคอ ทำให้นายสุทธิรักษ์ต้องพานายอนุชิตขี่รถหนีเข้าไปในโรงพยาบาล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าเป็นเหตุยิงผิดตัวตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าว พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี, พ.ต.ท.นิธิศ รอดคลองตัน รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี, พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี แถลงข่าวจับกุม 3 ผู้ต้องหา

  • นายปรเมษฐ์ (สงวนนามสกุล) หรือมอส อายุ 21 ปี ชาว อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี คนขี่รถจักรยานยนต์
  • นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี นักศึกษา ปวช.1 (คนยิง)
  • นายบี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4

พร้อมของกลางอาวุธปืนปากกาไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ สีดำขาว คันที่ใช้ก่อเหตุ

Advertisement

พ.ต.อ.พัฒนวงศ์เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้ลงตรวจพื้นที่เกิดเหตุ พบว่ากล้องวงจรปิดหน้าโรงพยาบาลมะเร็ง ซึ่งมีกล้องวงจรปิดแค่จุดเดียว เป็นจุดเดียวกันกับที่ผู้บาดเจ็บได้พากันหลบหนีเข้าไปขอความช่วยเหลือ ปรากฏว่าเซิร์ฟเวอร์ไม่บันทึกภาพ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนพยานบุคคลจนทราบว่ากลุ่มดังกล่าวทะเลาะกันใน TikTok มีการท้าทายกัน เช้าวันนี้จึงนำกำลังไปจับกุมนายมอส นายเอ และนายบี พร้อมของกลางอาวุธปืนที่ได้ก่อเหตุ และควบคุมตัวมาสอบสวน

พ.ต.ท.นิธิศเปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า นายเอ มือยิง ให้การรับสารภาพว่า ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้บาดเจ็บจริง แต่ยิงผิดคน เพราะตั้งใจยิงนายสุทธิรักษ์ คนขับ โดยนายเอเล่าว่า ตนเรียนอยู่ชั้น ปวช.1 วิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี หลังเลิกเรียนก็จะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านเพียงลำพัง พอขี่รถมาถึงบ้านหนองอีทุย หมู่ 4 ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม ถูกนายสุทธิรักษ์เอามีดดาบไล่ฟันตนหลายครั้ง ซึ่งนอกจากตนแล้วยังมีคนอื่นๆ ในกลุ่มตนที่ถูกดักทำร้ายในลักษณะนี้อีกด้วย เป็นเหตุให้พวกตนต้องทำปืนปากกาเอง และซื้อกระสุนปืน .38 ซุกซ่อนไว้ใต้เบาะรถ เพื่อเอาไว้ป้องกันตัว

พ.ต.ท.นิธิศกล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุนายเอขี่รถจักรยานยนต์ไปทำบัตรประชาชน แต่รถเกิดยางรั่วที่ปั๊ม เขต ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงโทรเรียกให้เพื่อนผู้หญิง นายมอส และนายบี มารับและหยิบเอาปืนปากกามาพก โดยให้เพื่อนผู้หญิงขี่รถยางรั่วคนเดียว ส่วนรถอีกคันนายมอสเป็นคนขับ นายเอนั่งตรงกลาง ส่วนนายบีนั่งซ้อนท้าย เพราะต้องขี่ผ่านหน้าวิทยาลัยของคู่อริ พวกตนจึงต้องระมัดระวังตัว เมื่อขับมาถึงหน้าวิทยาลัยก็พบนายสุทธิรักษ์และนายอนุชิต ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี นายเอจำนายสุทธิรักษ์คนขับรถได้ จึงให้นายมอสขี่รถไปประกบและถามว่า “ฟลุคหน้าติ๋มไหม” จากนั้นก็ยิงปืนใส่ทันที พอยิงเสร็จก็รีบขี่รถหนี โดยไม่รู้ว่ากระสุนไปถูกนายอนุชิต กระทั่งมาโดนจับ จึงได้รู้ว่ายิงผิดตัว

พ.ต.ท.นิธิศกล่าวอีกว่า หลังจากที่จับกุมผู้ก่อเหตุได้ ตำรวจได้สอบสวนขยายผลพบปืนไทยประดิษฐ์ของนายมอส 1 กระบอก และนายบี 1 กระบอก จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน และจะได้สอบสวนขยายผลเพื่อตรวจหาอาวุธปืนอีก เบื้องต้นได้แจ้งข้อหานายมอส นายเอ และนายบี ข้อหา ‘ร่วมกันพยายามฆ่า พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต’ ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายเอกล่าวว่า อาวุธปืนตนทำเอง ส่วนกระสุน .38 ซื้อจากเพื่อน โดยจะเอาไว้ใต้เบาะรถเพื่อป้องกันตัว หลังทราบว่ายิงผิดตัวก็รู้สึกเสียใจ เพราะตั้งใจยิงนายสุทธิรักษ์ แต่กระสุนถูกนายอนุชิตได้รับบาดเจ็บ จึงอยากขอโทษผู้บาดเจ็บ ไม่ได้ตั้งใจยิงคนข้างหลัง แต่ตนทราบมาว่านายอนุชิตก็อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับนายสุทธิรักษ์ แต่ไม่เคยทำร้ายตน ต่อไปจะตั้งใจเรียน เพราะสงสารพ่อแม่

พ.ต.อ.พัฒนวงศ์กล่าวว่า ฝากถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูอาจารย์ในสถานศึกษา ให้ช่วยดูแลบุตรหลานและลูกศิษย์ หากบุตรหลาน หรือลูกศิษย์มีพฤติกรรมส่อไปในทางสุ่มเสี่ยง ไปทางทะเลาะวิวาท ชกต่อย พกอาวุธมีด ปืน เครื่องกระสุน ให้แจ้งตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อตำรวจจะได้เข้าไปป้องกันเหตุไว้ก่อน ดีกว่าจะมาแก้ไขภายหลัง