เพจกล้าที่จะก้าวนำเหยื่อมูนบาร์ ร้องตำรวจไซเบอร์ สอบปมร้อนผับดังขายข้อมูลลูกค้าให้เว็บพนัน-แก๊งคอล อดีตเมียตร.ไซเบอร์ ขอคุ้มครอง หวั่นไม่ปลอดภัยหลังถูกอดีตสามีขู่ฆ่า ปมแฉบช.ส่วยเก็บส่งนาย
จากกรณีสถานบันเทิงเดอะมูนบาร์ ย่านบางใหญ่ ถูกเพจดังออกมาแฉว่ามีการเปิดให้บริการถึงตี 4 อีกทั้งมีการถ่ายบัตรประชาชนลูกค้านักเที่ยวไปปล่อยในกลุ่มสายเทา ทั้งยังมีพฤติกรรมแอบถ่ายหน้าอกลูกค้าสาวไปโพสต์โชว์ลงเพจแบบไม่ขออนุญาต แถมทางลูกค้าขอให้ลบกลับทำเมินใส่ ขณะเดียวกันผู้ใช้บริการบางรายมีเว็บพนันโทรติดต่อเข้ามา เกรงว่าจะเกิดความเสียหาย จึงพากันเดินทางมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้หน่วยงาน PDPC ช่วยดำเนินการตรวจสอบ ห่วงข้อมูล PDPA ถูกนำไปใช้ผิดกฎหมายตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี นายอธิวัฒน์ สิริกังวาลวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจ ‘กล้าที่จะก้าว’ นำผู้เสียหายจากกรณีเดอะมูนบาร์ เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิพล บุญเกิด ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข ผกก.1 บก.สอท.2 เพื่อขอให้ตรวจสอบว่าสถานบันเทิงดังกล่าวมีการนำข้อมูลและรูปถ่ายจากบัตรประชาชนไปให้กับกลุ่มเว็บพนันและคอลเซ็นเตอร์จริงหรือไม่ อีกทั้งหากมีการนำข้อมูลไปจริงขอให้เอาผิดกับเจ้าของร้านและผู้เกี่ยวข้อง

น.ส.หมิว (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเคยไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งนี้อยู่บ่อยครั้งในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา โดยแต่ละครั้งก็จะถูกถ่ายบัตรประชาชนก่อนเข้าร้านทุกครั้ง ซึ่งไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าเป็นมาตรการของทางร้าน ถ้าหากมีการทะเลาะวิวาทภายในร้านทางร้านสามารถติดตามตัว หรือสามารถให้เบาะแสกับตำรวจได้ อีกทั้งเห็นลูกค้าทุกคนโดนถ่ายบัตรประชาชนเหมือนกันหมด

แต่ปรากฏว่าทุกครั้งที่ตนไปเที่ยว วันรุ่งขึ้นก็จะมีลิงก์เว็บไซต์พนันออนไลน์เด้งเข้ามาผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์อยู่บ่อยครั้ง กระทั่งมีเพจดังในเฟซบุ๊กออกมาแฉว่า ร้านดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ ตนจึงมาปะติดปะต่อเรื่อง และสันนิษฐานว่าการที่มีข้อความชักชวนเล่นพนันออนไลน์ อาจจะมาจากการที่ตนถูกถ่ายบัตรประชาชนก่อนเข้าร้าน ทำให้วันนี้จึงตัดสินใจมาให้ข้อมูลกับตำรวจไซเบอร์ อีกทั้งพบว่าสถานบันเทิงดังกล่าวยังมีการปล่อยปละละเลยให้ลูกค้านำยาเสพติดมาใช้ด้วย
ขณะที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า หลังจากได้รับการประสานข้อมูลมาตนก็ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบในทันที ซึ่งยืนยันว่าถ้าหากพยานหลักฐานถึงใครก็จะเอาผิดทั้งหมดโดยที่ไม่สนว่าผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นจะเป็นใคร จะเป็นลูกชายของข้าราชการตำรวจระดับสูงหรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนว่าเป็นไปตามที่กระแสข่าวมีการกล่าวอ้างหรือไม่
ส่วนกรณีที่ทางร้านมีการถ่ายหน้าและบัตรประชาชนของลูกค้าก่อนเข้าร้านนั้น จะต้องมีการตรวจสอบว่าทางร้านได้นำไปปลอมแปลงหรือไปทำธุรกรรมอย่างอื่นหรือไม่ ซึ่งถ้าหากลูกค้าคนใดมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย หรือกังวลว่าจะถูกเอาข้อมูลไปเปิดบัญชีม้าก็ให้มาแจ้งความไว้ที่ สภ.บางใหญ่ได้ เช่นเดียวกับกรณีที่มีการนำภาพถ่ายหน้าอกลูกค้าสาวไปโพสต์โชว์ลงเพจแบบไม่ขออนุญาต จะขอตรวจสอบ หากพบว่ามีความผิดก็ต้องดำเนินการ ยืนยันหากพบว่าใครเกี่ยวข้องก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
นอกจากนี้ นายอธิวัฒน์ สิริกังวาลวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจ ‘กล้าที่จะก้าว’ นำ น.ส.เอ (นามสมมุติ) ซึ่งมีสามีเป็นอดีตข้าราชการตำรวจไซเบอร์ มาร้องขอความเป็นธรรมและขอการคุ้มครองกับ ผบช.สอท. หลังถูกอดีตสามีทำร้ายร่างกายและขู่ฆ่ายกครัว พร้อมกันนี้ ได้มอบหลักฐานเป็นรายชื่อบัญชีส่วย ทั้งบ่อนและโต๊ะพนันบอล ในพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาลของอดีตสามีให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
เบื้องต้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ได้รับเรื่องไว้เพื่อตรวจสอบกรณีบัญชีส่วย พร้อมกล่าวว่า ได้สั่งการให้ บก.สอท.3 ซึ่งเป็นต้นสังกัดของอดีตสามีผู้เสียหายดำเนินการตรวจสอบแล้ว โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่า หลังมีการร้องเรียนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 ผู้บังคับบัญชาก็ได้ดำเนินการตรวจสอบและลงโทษวินัยเรียบร้อยแล้ว จากนั้นอดีตสามีก็ยื่นลาออกจากราชการไป ส่วนเรื่องการสืบสวนสอบสวนหากพบว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดก็จะถูกดำเนินคดีทุกราย ทั้งนี้ หากผู้เสียหายรู้สึกไม่ปลอดภัยก็สามารถแจ้งที่ตนได้ โดยตนจะประสานตำรวจท้องที่เพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยให้ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
– หุ้นส่วนผับดังบางใหญ่ แจงยิบปมถ่ายรูปบัตรปชช.-ยาเสพติด ยันไม่มีขายข้อมูลลูกค้า-เอี่ยวเว็บพนัน
– ประเสริฐ สั่ง PDPC ตรวจสอบผับย่านบางใหญ่ ถ่ายบัตร ปชช. ผิดกม. PDPA โทษปรับสูง วอนผู้เสียหายแจ้งความ
– ลูกค้า แห่แจ้งความ ถูกร้านเหล้าดัง ถ่ายบัตรประชาชนกับหน้าจริง อีกวันมีไลน์เด้งชวนเล่นเว็บพนัน

