‘แก๊งคอล’ เล่าตุ๋นคนได้เงินเดือน 2 หมื่น ค่าคอม 5% ตร.จ่อหารือก.ล.ต. สกัดแปลงเงินดิจิทัล

4.03.25 | 16:36 น.

ผบช.ไซเบอร์ ยันเเก๊งคอล 119 คนไทยจากปอยเปต ทำผิดกฎหมายทั้งหมด จ่อเร่งหารือ ก.ล.ต. อุดช่องโหว่แปลงสกุลเงินดิจิทัล ล่าสุดทยอยนำตัวจาก 3 พื้นที่ สอบปากคำ ‘ผู้ต้องหา’ ก้มหน้าเงียบไม่ตอบคำถามสื่อ เตรียมส่งฝากขังศาลวันพรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการสอบปากคำผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมในปอยเปตจำนวน 93 รายว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนผู้ต้องหา ซึ่งมีการสอบไปแล้วประมาณกว่า 20 ปาก โดยทั้ง 20 คนให้การรับสารภาพ และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปในทิศทางเดียวกันว่าตึกที่อยู่ในย่านพลูตาสวน เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เป็นที่ทำการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จริง และมีการหลอกลวงหลายรูปแบบ นอกจากนั้นยังพบข้อมูลเพิ่มว่ามีการหลอกลวงลักษณะข่มขู่ และมีการหลอกให้รักและลงทุนอีกด้วย

ซึ่งคำให้การสอดคล้องกับข้อกล่าวหาของผู้เสียหายที่อยู่ในระบบไทยโปลิสออนไลน์ และยังสอดคล้องกับผลการสอบสวนของทางการกัมพูชาที่พบว่าคนเหล่านี้สมัครใจไปทำงานส่งมาให้กับทางการไทย โดยทางตำรวจจะทำการตรวจพิสูจน์โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตัวกับผู้ต้องหามาด้วย

ส่วนมาตรฐานการคัดกรองว่าเป็นผู้ต้องหาหรือเหยื่อ จะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานในพื้นที่ โดยมี กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นหน่วยงานหลัก ส่วนตำรวจไซเบอร์จะสืบสวนเฉพาะคดีอาญาจนนำไปสู่การได้พยานหลักฐานและออกหมายจับ

ซึ่งข้อหาที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จะต้องเป็นกลุ่มคนอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป และครั้งนี้เฉพาะคนไทยอย่างเดียวนับร้อยคน และจะต้องเป็นความผิดตั้งแต่ 2 รัฐขึ้นไป กรณีนี้มีการกระทำความผิดเพราะที่ตั้งอยู่ในกัมพูชาและโทรศัพท์หรือแชทมาหลอกคนไทยในประเทศไทย รวมถึงความผิดในข้อหาของไทยที่มีอัตราโทษตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป ทั้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, อั้งยี้ซ่องโจร และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ทั้งหมดจึงเข้าข่ายการเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

Advertisement

ส่วนแผนภูมิขององค์กรนี้เบื้องต้นตำรวจสามารถออกหมายจับชาวจีนได้ 2 ราย ที่เชื่อว่าเป็นระดับบอสสั่งการ เพราะคนไทยทั้ง 119 คนเป็นเพียงพนักงาน ไม่ได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับกับการบริหารงาน

อ่านข่าว – สรุปผลสอบ 100 คนไทยร่วม แก๊งคอลปอยเปต ใครทำหน้าที่อะไร มีทั้งโรแมนซ์สแกม-เว็บพนัน

ส่วนการสืบสวนพบว่ามีระดับผู้บริหารจำนวน 20 คน ที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบทางเส้นทางการเงินที่พบว่าเมื่อได้เงินจากการหลอกเหยื่อแล้วจะโอนไปซื้อเงินสกุลดิจิทัล และนำออกนอกประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยไปแล้ว และวันนี้ได้หารือกับทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยเฉพาะแนวทางสืบสวนว่าเส้นทางการเงินของสกุลดิจิทัลว่ามีปลายทางไปอยู่ที่ใด

จากการสอบปากคำพบว่ากลุ่มขบวนการแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์จะมีรายได้ต่อคน คนละ 20,000 บาท ส่วนค่าคอมมิชชั่นได้ 5% แต่เมื่อข้ามแดนไปจะต้องมีค่าดำเนินการที่ต้องติดหนี้กับทางบริษัทคนละ 70,000 บาท ดังนั้นหากจะไม่ทำงานจะต้องหักเงินมาใช้หนี้ก่อน หรือทำงานเพื่อให้หักรายเดือน เดือนละ 10,000 บาท ซึ่งเชื่อว่ากลอุบายนี้คนที่ข้ามไปทำงานจะต้องทำงานอย่างน้อย 7 เดือน

นอกจากนี้การสอบสวน ตำรวจยังพบว่า 15 คนไทย ที่ยังไม่ออกหมายจับ ผลการคัดกรองไม่ได้ระบุว่าเป็นเหยื่อ แต่สมัครใจไปทำงานเว็บพนัน จึงยังไม่เข้าข่ายความผิดเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ส่วนจะมีความผิดที่เกี่ยวพันกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีก 100 คนหรือไม่ อยู่ระหว่างการขยายผล แต่เบื้องต้นพบว่ามีความผิดเข้าออกประเทศโดยผิดกฎหมาย ซึ่งตำรวจตม.ได้มีการเปรียบเทียบปรับไปแล้ว ส่วน 2 คนที่เป็นเยาวชนเข้าข่ายความผิดร่วมในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ จะมีรูปแบบมาตรการดำเนินคดีอีกแบบหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา

ต่อมาเวลา 14.55 น. วันที่ 4 มีนาคม ที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาชายในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปอยเปต 45 คน ที่ถูกคุมขังอยู่สภ.เมืองนนทบุรี สภ.ปากเกร็ด และสน.ทุ่งสองห้อง เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ โดยใช้รถบัสจากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และกำลังเจ้าหน้าที่บก.สอท.2 กับ บช.ตชด. คอยคุ้มกันความปลอดภัย โดยตำรวจได้มีการจัดกำลังทยอยกลุ่มผู้ต้องหาครั้งละ 5 คน จนครบ 45 คน

ซึ่งระหว่างการเคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ต้องหา ผู้สื่อข่าวก็พยายามสอบถามถึงเหตุผลที่ไปทำงาน และรายได้ที่ได้รับ รวมถึงตำแหน่งที่ใช้หลอกลวง และวิธีการต่างๆ ซึ่งผู้ต้องหาทุกคนไม่ตอบคำถามและก้มหน้า ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนก็จะใช้เวลาตลอดทั้งคืน ในการสอบปากคำผู้ต้องหาให้แล้วเสร็จครบทั้ง 93 คน

โดยในวันพรุ่งนี้ (5 มีนาคม) ก็จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปฝากขังศาลอาญารัชดา พร้อมคัดค้านการประกันตัว ซึ่งในรายละเอียดทางพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ จะแถลงกับสื่อมวลชนในวันพรุ่งนี้ (5 มีนาคม) อีกครั้ง