เหยื่อโผล่อีก! แฉ ไฮโซลูกนัท สุดอุกอาจ ใช้ปืนข่มขู่ ทำร้ายร่างกายกลางบ้านหรู ซ้ำไม่จ่ายค่าจ้าง-ทุบโทรศัพท์พัง
จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้นำหมายค้นจากศาล เข้าตรวจสอบบ้านพักหรูเลขที่ 1104/351 ภายในโครงการโนเบิล คิวบ์ ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นของ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือที่รู้จักกันในนาม “ไฮโซลูกนัท” อายุ 33 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาวุธปืน และพฤติกรรมบังคับหญิงสาวให้เสพยาและมีเพศสัมพันธ์ในลักษณะที่เข้าข่ายกระทำความผิดทางอาญา
อ่านข่าว – ตร.นำตัว ไฮโซลูกนัท ฝากขังศาล พบผลตรวจปัสสาวะ ‘สีม่วง’ เจ้าตัวไม่เครียด เหยื่อแจ้งความอีก 1
ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่ สน.คลองตัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) พานางสาวเอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย อาชีพรับงานเอนเตอร์เทน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กรณีเคยถูกไฮโซลูกนัท ทำร้ายร่างกาย ใช้ปืนตบศรีษะและทำลายทรัพย์สิน เมื่อช่วงต้นปี 68 ที่ผ่านมา

โดย นางสาวเอ (นามสมมุติ) เล่าว่าวันนี้ที่เดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ เนื่องจากตนต้องการแจ้งความดำเนินคดีกับ นายธนัตถ์ หรือไฮโซลูกนัท อายุ 33 ปี เนื่องจากที่ผ่านมาตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการถูกทำร้ายร่างกายและ ทำลายทรัพย์สิน อีกทั้งยังขาดความเป็นมนุษย์ ที่ตนเองไม่ให้อภัย เนื่องจากเกิดมาแม้แต่พ่อแม่หรือแฟน ยังไม่เคยกระทำเช่นนี้ โดยพฤติกรรมของนายไฮโซลูกนัทเหมือนไม่ใช่มนุษย์ “คล้ายกับผีบ้า” สติแตกที่คนในวงการ เอนเตอร์เทนทราบดีว่า ไฮโซลูกนัท มีฉายาว่า “ไอ้นัทตาบอด” พฤติกรรมนี้ได้มาไม่ใช่เพราะโชคช่วย เพราะ พนักงานแต่ละคนได้มีการเล่าสู่กันฟังในวงการ ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่ก็จำใจต้องทำ เพราะมีโมเดลลิ่งที่เป็นคนใกล้ชิดคอยจัดการและหาพนักงานให้กับไฮโซลูกนัทอยู่ตลอดเวลา
โดยเฉพาะตน ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกนายไฮโซลูกนัทข่มขู่ เนื่องจาก เมื่อช่วงต้นปี 2568 ได้ถูกเรียกใช้บริการ ไฮโซลูกนัทเรียกให้ไปยังบริเวณบ้านอีกหนึ่งหลัง ซึ่งไม่ใช่หลังเดียวกับที่เกิดเหตุล่าสุด โดยคืนนั้นภายในห้อง พบอาวุธปืนสั้นพร้อม อุปกรณ์เสพยาเสพติดวางอยู่บนโต๊ะ และไม่มีท่าทีที่จะใช้ความรุนแรง แต่ตนได้สังเกตพฤติกรรม ซึ่งตนเผลอถามว่า “ทำไมถึงไม่ขับรถ ไปรับแฟนมาดื่มด้วย” ซึ่งนายไฮโซลูกนัทก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดุดันว่า “จะไปรับได้ยังไงกูตาบอด” ซึ่งขณะนั้นตนรู้สึกตกใจเพราะไม่คิดว่าเป็นจริง เพราะคิดว่าเป็นคอสเพลย์ที่ไฮโซลูกนัทได้แต่งขึ้นมา หลังจากนั้นตนก็เข้าไปพูดคุยและได้ปลอบใจ เหตุการณ์วันนั้นก็ผ่านไปด้วยความปกติ
ต่อมา หลังจากนั้นไม่นานไฮโซลูกนัทได้เรียกใช้บริการตนผ่านโมเดลลิ่งอีกครั้ง ในราคา 20,000 บาท แต่ครั้งนี้ ได้มีการย้ายสถานที่ไปบ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านหลังแรกที่ตนเคยไป โดยภายในห้องพบว่า มีอุปกรณ์เสพ พร้อมกับอาวุธปืนยาว วางอยู่บริเวณบนโต๊ะ และที่ตนตกใจ คือตนพบว่านายไฮโซลูกนัทใส่กางเกงในสีแดงตัวเดียวอยู่ในห้อง โดยท่าทางผิดปกติจากวันแรก อย่างเห็นได้ชัด แต่จะมีการเสพยาหรือดื่มสุราหรือไม่นั้นตนไม่เห็น แต่ด้วยท่าทางที่ผิดปกติ ตนจึงขึ้นไปทำภารกิจส่วนตัว เปลี่ยนใส่ชุดคอสเพลย์ตามที่ไฮโซลูกนัท เตรียมไว้ให้ หลังจากนั้นตนลงมา พบว่านายไฮโซลูกนัทยืนถือปืนอยู่ ด้วยท่าทางฉุนเฉียวและไม่พอใจกับชุดที่ตนใส่ เนื่องจากเป็นชุดแขนยาวซีทู ซึ่งตนมองว่ามันเรียบร้อย และถูกใจตนด้วย

กระทั่งนายไฮโซนัทถามตนว่า “มึงกวนส้นตีนเหรอ” ซึ่งทำให้ตนแปลกใจ หลังจากนั้นได้ใช้อาวุธ ปืนยาวตบไปบริเวณใบหน้าตนหนึ่งครั้ง และสั่งตนว่า “ห้ามร้องไห้” ระหว่างนั้นตนก็ได้พยายามหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อน แต่นายลูกนัทได้คว้าโทรศัพท์ไปเขวี้ยงทำลายจนพังเสียหาย จากนั้นนายลูกนัทก็ได้มีการมาทำร้ายทั้งการใช้มือและเท้า นายลูกนัทได้บอกกับตนว่า “ไม่มีใครทำอะไรกูได้ เนื่องจากบ้านมีฐานะและยังมีทนายความ” จึงทำให้ ตนเองรู้สึกหวาดกลัวและช็อก
จนต่อมาหมดเวลาให้บริการ ก่อนที่โมเดลลิ่งคนที่รับงานให้เป็นคนมารับตนกลับ โดยที่นายลูกนัทไม่ได้จ่ายค่าตัวและค่าโทรศัพท์ที่เสียหาย ในขณะเดียวกันโมเดลลิ่งบอกว่า ตัวโมเดลลิ่งเองก็ไม่ได้รับค่าจ้างเช่นกัน ทำให้ตนรู้สึกไม่สบายใจ ที่ตนมาทำงานแต่ไม่ได้รับค่าจ้างอีกทั้งทรัพย์สินเสียหาย
ในวันรุ่งขึ้น ตนจึงได้มีการไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ด้วยอาการที่ถูกทำร้าย แต่ก็ไม่ได้มีการแจ้งความจนกระทั่งล่าสุด ตนเห็นภาพข่าวในสื่อ ว่านายลูกนัท คือบุคคลเดียวกันที่เคยก่อเหตุ ในลักษณะเช่นนี้มาก่อน ตนจึงเดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ เพื่อที่จะดำเนินคดี
ทั้งนี้ ในส่วนเหยื่อสาวเอนเตอร์เทน อีก 3 ราย ล่าสุด ขณะนี้อยู่ระหว่าง การสอบปากคำและการขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดส. เพื่อหาที่มาที่ไปของยาเสพติด อีกทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด จึงยังไม่มีการนำตัวมาส่งให้พนักงานสอบสวนสน.คลองตันในการแจ้งความดำเนินคดีเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย


