เปิดขั้นตอนเก็บเส้นผม ตรวจสารเสพติด หลังดราม่าปมร้อน เป๊ก ผลิตโชค ปฏิเสธตรวจเลือด
จากกรณี พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผกก. สน.หัวหมาก เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเส้นผมของ เป๊ก ผลิตโชค เพื่อตรวจหาสารเสพติด ตามอำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. โดยส่งไปตรวจที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจ พร้อมประสานนัดหมายให้เจ้าตัวเข้าให้ปากคำอย่างเป็นทางการ หลังออกจากโรงพยาบาลและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านแล้ว
ทั้งนี้ การตรวจเส้นผม เพื่อหาสารเสพติดนั้น มีขั้นตอนอย่างไร การทิ้งช่วงเวลาในการตรวจมีผลหรือไม่ อีกทั้งใช้เวลานานหรือไม่ในการรู้ผล
มติชนออนไลน์ ได้ตรวจสอบข้อมูล ขั้นตอนการตรวจสารเสพติดในเส้นผม เส้นผม ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อพิสูจน์การใช้ยาเสพติดของบุคคล นั้นพบว่า การตรวจหาสารเสพติดในเส้นผม เป็นวิธีที่ช่วยให้ทราบประวัติการใช้สารเสพติดย้อนหลังได้ยาวนาน ตั้งแต่ระยะสัปดาห์จนถึงหลายเดือน ลดโอกาสการหลีกเลี่ยงการตรวจพบ
เมื่อเปรียบเทียบกับการตรวจในเลือด ซึ่งใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง – 2 วัน ขณะที่การตรวจผ่านปัสสาวะ ใช้ระยะเวลา 6 ชั่วโมง – 3 วัน ที่มีระยะเวลาในการตรวจพบที่สั้นกว่า


ทำไมถึงใช้เส้นผมตรวจสารเสพติด? ช่วงเวลาการตรวจจับที่ยาวนาน
เส้นผมเติบโตในอัตราประมาณ 1 เซนติเมตรต่อเดือน ทำให้การตรวจเส้นผมสามารถตรวจหาสารเสพติดที่ใช้มาในช่วง 90 วันที่ผ่านมาได้ (โดยปกติจะใช้เส้นผมยาว 3.9 เซนติเมตรจากโคนผม) ต่างจากการตรวจปัสสาวะที่มักจะตรวจจับสารได้เพียงไม่กี่วันหลังการใช้
ตรวจจับการใช้สารซ้ำๆ
เมื่อสารเสพติดเข้าสู่ร่างกาย มันจะถูกดูดซึมเข้าสู่รูขุมขนและถูกกักเก็บไว้ในเส้นผมที่กำลังเติบโต ทำให้สามารถตรวจพบการใช้สารเสพติดเป็นประจำหรือต่อเนื่องได้
ป้องกันการปลอมแปลง
การเก็บตัวอย่างเส้นผมทำได้ง่าย และยากต่อการปลอมแปลงผล
ไม่เจ็บปวดและไม่รุกล้ำ
เป็นวิธีเก็บตัวอย่างที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใดๆ

กระบวนการตรวจหาสารเสพติดจากเส้นผม
การเก็บตัวอย่าง
ผู้เก็บตัวอย่างที่ได้รับการฝึกอบรมจะทำการตัดเส้นผมจำนวนเล็กน้อย (ประมาณ 100-120 เส้น หรือมีขนาดเท่ากับดินสอ) จากบริเวณด้านหลังศีรษะใกล้กับหนังศีรษะ เพื่อให้ได้เส้นผมที่งอกออกมาใหม่และมีสารเสพติดสะสมอยู่มากที่สุด




การเตรียมตัวอย่าง
เส้นผมจะถูกนำไปล้างทำความสะอาดเพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนภายนอก เช่น แชมพู ควัน หรือสิ่งสกปรกอื่นๆ


การสกัด
สารเสพติดที่อยู่ในเส้นผมจะถูกสกัดออกมาด้วยกระบวนการทางเคมี


การวิเคราะห์
สารสกัดจะถูกนำไปวิเคราะห์ด้วยเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง เช่น Gas Chromatography/Mass Spectrometry (GC/MS) หรือ Liquid Chromatography/Mass Spectrometry (LC/MS) ซึ่งเป็นวิธีที่แม่นยำสูงในการระบุและวัดปริมาณของสารเสพติดชนิดต่างๆ




การตรวจเส้นผมสามารถตรวจพบสารเสพติดได้หลากหลายชนิด
- กัญชา (Marijuana/Cannabis)
- โคเคน (Cocaine)
- โอปิออยด์ (Opiates) เช่น เฮโรอีน (Heroin), มอร์ฟีน (Morphine), โคเดอีน (Codeine)
- เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) หรือยาบ้า
- แอมเฟตามีน (Amphetamine)
- ยาอี (MDMA/Ecstasy)
- ฟีนไซคลิดีน (PCP) หรือ Angel Dust
- เบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines)


ข้อจำกัด
แม้ว่าการตรวจเส้นผมจะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการระยะเวลาในการตรวจพบเบื้องต้น
อาจใช้เวลาประมาณ 7-10 วันหลังจากมีการใช้สารเสพติดครั้งแรกเพื่อให้สารนั้นสะสมอยู่ในเส้นผมและตรวจพบได้ ความแม่นยำขึ้นอยู่กับปริมาณ หากมีการใช้สารในปริมาณน้อยมากๆ หรือใช้เพียงครั้งเดียว อาจตรวจไม่พบ ไม่สามารถบอกได้ว่าใช้เมื่อใด การตรวจเส้นผมสามารถบอกได้ว่ามีการใช้สารเสพติดในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าใช้เมื่อใดในระหว่างช่วงเวลานั้น

การตรวจหาสารเสพติดจากเส้นผมเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากในการคัดกรองและยืนยันการใช้สารเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ต้องการประเมินประวัติการใช้สารเสพติดในระยะยาว
สำหรับการตรวจเส้นผม หาสารเสพติดนั้น เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ฉบับใหม่ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการตรวจหรือทดสอบว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่
เริ่มบังคับใช้ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 จากเดิมที่มีการตรวจหรือทดสอบหาสารเสพติด ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์โดยใช้ “การตรวจปัสสาวะ” หลังจากมีการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวแล้ว จะมี “การตรวจสารเสพติดในเส้นผม” เพิ่มอีกด้วย
การตรวจพิสูจน์แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่
การตรวจพิสูจน์แบบแบ่งระยะ
เพื่อทราบถึงช่วงเวลาในการเสพสารเสพติดย้อนหลัง ตามความยาวของเส้นผม ความยาว 1 เซนติเมตร ตรวจพิสูจน์ประวัติการเสพสารเสพติด 1 เดือน นับจากโคนผม ซึ่งสามารถตรวจพิสูจน์การเสพสารเสพติดย้อนหลังได้หลายเดือน ขึ้นอยู่กับความยาวของเส้นผม
การตรวจพิสูจน์ทั้งเส้น
เพื่อทราบว่ามีการใช้สารเสพติดหรือไม่
สำหรับการตรวจพิสูจน์สารเสพติดในเส้นผมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางคดีนั้น พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามมาตรา 11/2 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
โดยมีข้อแนะนำ ดังนี้ 1.ควรเก็บตัวอย่างเส้นผมอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ หลังเกิดเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหา เพื่อให้แน่ใจว่าเส้นผมที่มียาสะสมอยู่ในช่วงดังกล่าวจะงอกพ้นศีรษะให้ตัดเก็บได้
2.ต้องหลีกเลี่ยงการตัดหรือโกนผมจนกว่าจะเสร็จสิ้นการสอบสวน อย่างไรก็ดี จุดเด่นของการตรวจสารเสพติดในเส้นผม คือ ตรวจย้อนหลังได้ตั้งแต่หลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน ลดความเสี่ยงการหลีกเลี่ยงการตรวจ เช่น การงดใช้สารเพียงชั่วคราว และเก็บตัวอย่างง่ายไม่เจ็บปวด
ขอบคุณข้อมูลจาก สถาบันนิติวทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม

