ราชสกุลประวิตร ให้เวลา15วัน วัดกัลยาณมิตร สร้างคืนสถูป เจ้าจอมมารดาแช่ม ตามคำสั่งศาล
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายวิฑูรย์ เก่งงาน ในฐานะทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย ราชสกุลประวิตร พร้อมด้วย พล.อ.ม.ล.สุปรีดี ประวิตร และ นายเชียรช่วง กัลญาณมิตร ร่วมแถลงข่าวเรียกร้องความเป็นธรรม และเรียกร้องให้ พระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีทุบทำลายสถูปเจดีย์เจ้าจอมมารดาแช่ม และหม่อมเจ้าราชสกุลประวิตร ซึ่งพิพากษาให้วัดกัลยาณมิตรฯต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา โดยทุบศาลาลาย และสร้างสถูปเจดีย์ตามแบบเจ้าจอมมารดาแช่มใหม่
นายเชียรช่วง กล่าวว่า วัดกัลญาณมิตรก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2368 (ร.3) และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี 2492 แต่เมื่อพระพรหมกวีเข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อปี 2546 ก็มีการเริ่มทุบโบราณสถานในวัดเรื่อยมาโดยไม่มีการขออนุญาต กระทั่งปี 2551 ได้มีการทุบทำลายสถูป ซึ่งภายในบรรจุอัฐิเจ้าจอมมารดาแช่ม เจ้าจอมมารดาของรัชกาลที่ 5 และบรรพบุรุษของราชสกุลประวิตรและตระกูลกัลยาณมิตรอยู่ด้วยกันอีกหลายคน ตระกูลกัลยาณมิตร 
นายเชียรช่วง ยังกล่าวต่อว่า จึงดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ในปี 2552 โดยมีกรมศิลปากร เป็นจำเลยที่หนึ่ง ที่ปล่อยปละให้มีการทุบทำลายโบราณสถาณในวัด และจำเลยที่ 2 คือ วัดกัลยาณมิตร ต่อมาปี 2553 กรมศิลปากร ยอมรับสารภาพว่ามีความผิด แต่ทางวัดปฏิเสธข้อกล่าวหา และสู้คดีจนถึงศาลปกครองสูงสุด ซึ่งต่อมาศาลก็มีคำพิพากษาว่าทางเจ้าอาวาสมีความผิดตามมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

จากนั้นปี 2553 กรมศิลปากรจึงฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ดำเนินคดีวัดกัลญาณมิตร และพระพรหมกวี เจ้าอาวาส ในความผิดมาตรา 157 ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ต่อมาศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 30,000 บาท แต่จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่จำเลยเป็นพระภิกษุซึ่งปฏิบัติตนอยู่ในศีล และได้รับการคัดเลือกแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดหลวง และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอลงอาญา 1 ปี

ขณะที่ พล.อ.ม.ล.สุปรีดี กล่าวว่าส่วนของราชสกุลประวิตรว่า ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ว่ามีการทุบทำลายสถูปของบรรพบุรุษ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2551 จากนั้นจึงได้มีการเจรจาทำMOU ระหว่างราชสกุลกับเจ้าอาวาส โดยให้ยินยอมจะสร้างสถูปรูปแบบและตำแหน่งเดิมคืนให้ แต่จะอาวาสไม่ปฏิบัติตาม กลับสร้างศาลารายขึ้นคร่อมทับแทน
กระทั่งเมื่อปี 2561 ทางราชสกุลประวิตรจึงดำเนินการฟ้องร้องศาลแพ่งธนบุรี เพื่อให้ทางวัดสร้างสถูปบริเวณเดิม จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 ศาลฎีกาพิพากษาให้ทางวัดรื้อศาลาราย และสร้างสถูปบริเวณเดิม แต่จนถึงขณะนี้ทางวัดก็ไม่ได้ดำเนินการตามคำสั่งศาล ทางราชสกุลจึงร้องสื่อมวลชนในครั้งนี้ ยืนยันหากตนจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายก็สามารถทำได้ แต่ราชสกุลมีความประสงค์เพียงอย่างเดียว คือ การสร้างสถูปรูปแบบเดิมคือในตำแหน่งเดิม จึงไม่ฟ้องร้องเป็นคดีอาญา เพราะอยากดำเนินการอย่างนุ่มนวลที่สุด
ด้านนายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความ กล่าวว่าตนจะให้ให้เวลาทางวัด 15 วันในการตอบรับดำเนินการตามคำพิพากษาศาล แต่หากไม่มีการตอบรับก็จะยื่นเรื่องต่อไปยังกรมบังคับคดี เพื่อนำผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการทุบศาลารายและก่อสร้างสถูปต่อไป
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

