วิญญัติ จ่อยื่นเพิกถอนคำสั่งห้าม ทักษิณ ออกนอกประเทศ เผยเจ้าตัวยิ้ม ขอบคุณทนาย หลังรอดคดี 112

22.08.25 | 12:45 น.

ทนายวิญญัติเผย ศาลยกฟ้องทักษิณคดี 112 เหตุพยานโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าเจ้าตัวทำผิด-ไม่ได้เจาะจงถึงสถาบัน หลังทราบผลเจ้าตัวดีใจ พร้อมขอบคุณทีมทนายความ จากนี้พร้อมทำประโยชน์ให้ประเทศ ยันวันที่ 9 ไปฟังคดีชั้น 14 อย่างแน่นอน

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 1860/2567 ระหว่างพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีนายทักษิณให้สัมภาษณ์กับสื่อเกาหลีใต้เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2558

ก่อนหน้านี้ศาลนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์เมื่อวันที่ 1-3 กรกฎาคม และสืบพยานจำเลยในวันที่ 16 กรกฎาคม โดยมีนายธงทอง จันทรางศุ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีและนักกฎหมายชื่อดัง และนายทักษิณขึ้นเบิกความ โดยการสืบพยานทั้ง 4 นัดเป็นการพิจารณาแบบลับ ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าฟัง และนายทักษิณเดินทางเข้าฟังการสืบพยานด้วยตนเองทุกนัด

ขณะที่วันนี้ (22 ส.ค.) มีนักการเมืองคนสำคัญ รวมถึงครอบครัวของนายทักษิณ อาทิ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายสมชาย และ น.ส.พินทองทา คุณากรณ์วงศ์ ลูกสาวนายทักษิณ เดินทางมาให้กำลังใจและร่วมฟังคำพิพากษาด้วย

Advertisement

เวลา 10.41 น. ศาลอาญาพิพากษายกฟ้องนายทักษิณในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ คอมพิวเตอร์

ด้าน นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลยกฟ้องนายทักษิณโดยใช้หลากหลายเหตุผล และการพิสูจน์ของโจทก์ไม่สมกับภาระการพิสูจน์ตามฟ้อง โดยเรื่องนี้จากการสัมภาษณ์ที่เกาหลีใต้ ศาลใช้หลักการในการชั่งน้ำหนักวัตถุพยาน ศาลเชื่อว่ามีการสัมภาษณ์จริงที่นั่น แต่บทสัมภาษณ์มีมากกว่าที่ปรากฏอยู่ภายในคลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นบางส่วนและมีถ้อยคำตรงกัน เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธ ไม่ใช่หน้าที่จำเลยที่ต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าเป็นการตัดต่อหรือไม่ เพราะส่วนนี้เป็นหน้าที่ของโจทก์ แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้พิสูจน์ให้ชัดเจนว่าไม่ได้ตัดต่อ ศาลรับฟังด้วยความระมัดระวังและเห็นว่าน่าเชื่อว่ามีการสัมภาษณ์ แต่การสัมภาษณ์ดังกล่าวจะสามารถตีความและรับฟังได้ว่าหมายถึงบุคคลตามมาตรา 112 หรือไม่นั้น ศาลประกอบด้วยหลักไวยากรณ์ มีประธาน กริยา และกรรม

นายวิญญัติระบุว่า ศาลมองว่าประธานเป็นบุคคลที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าเป็นบุคคลตามมาตรา 112 แม้จะมีสรรพนามว่า “เขา” ซึ่งพยานบางปากนำมาตีความพิจารณาโดยใช้หลักอะไรของพยานแต่ละคนก็ตามศาลเห็นว่ารับฟังได้น้อยมากไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากพยานมีความเห็นมีอคติ ซึ่งฝั่งจำเลยก็พิสูจน์ว่าพยานเคยแสดงออกทางการเมืองอย่างไรบ้างในอดีต มีใครให้การแบบขัดแย้งและไม่เป็นกลางในชั้นสอบสวนและชั้นศาลบ้าง บางถ้อยคำก็นึกคำขึ้นเอาเองว่าตัวนายทักษิณน่าจะพูดแบบนั้น เพื่อให้แปลความว่าหมายถึงบุคคลตามมาตรา 112

นายวิญญัติกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ศาลยังใช้พจนานุกรมของต่างประเทศว่าความหมายตามที่ปรากฏในคำฟ้องหมายถึงอะไรบ้าง ตนไม่ขอลงรายละเอียดในส่วนนี้ แต่รับฟังได้ว่าความหมายดังกล่าวไม่ได้หมายถึงพระมหากษัตริย์ เมื่อเป็นเช่นนั้นองค์ประกอบความผิด องค์ประกอบภายนอก จึงไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 และองค์ประกอบที่เป็นการกระทำต้องทำให้เข้าใจว่าหมายถึงบุคคลใด

นายวิญญัติกล่าวอีกว่า ศาลยังเห็นว่าพยานที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ของฝ่ายจำเลยมีความรู้และเชี่ยวชาญ ได้แปลความและพยานที่จำเลยอ้างทั้งหมดและตั้งแต่ต้นนายทักษิณก็ปฏิเสธอย่างหนักแน่นอยู่แล้ว จึงเป็นภาระการพิสูจน์ของฝ่ายโจทก์ ทั้งเรื่องของการนำคลิปวิดีโอมา การแปลความ น่าเชื่อถือหรือไม่ และเรื่องการสอบสวนในอดีตว่ามีความเป็นมาเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า มีความกังวลใจในการอุทธรณ์ในชั้นต่อไปหรือไม่ นายวิญญัติกล่าวว่า คดีนี้ยกฟ้อง การอุทธรณ์เป็นหน้าที่ของอัยการซึ่งเป็นโจทก์จะพิจารณาว่ามีประเด็นอะไรที่จะอุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งการจะอุทธรณ์ประเด็นใดบ้าง มักจะอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ถ้าข้อกฎหมายยังเห็นไม่ตรงกันก็อาจจะอุทธรณ์ได้ แต่เรื่องนี้ข้อเท็จจริงค่อนข้างชัดเจนแล้ว ตนยืนยันว่าไม่กังวลถ้าจะมีการอุทธรณ์หลังจากนี้ ถ้าอุทธรณ์มาทางทีมทนายความก็มีหน้าที่แก้อุทธรณ์

“อย่างที่ได้บอกไป การอุทธรณ์ไม่ใช่จะสักแต่จะอุทธรณ์อย่างเดียว ต้องดูว่ามีสาระสำคัญหรือข้อกฎหมายที่ควรจะอุทธรณ์หรือไม่ ผมทำคดีการเมืองมาหลายเรื่องก็ไม่เห็นว่าจะมีการอุทธรณ์ทุกเรื่อง เดี๋ยวสังคมก็ไปกดดันว่าจะต้องให้อัยการอุทธรณ์เหมือนกับที่กดดันให้ดำเนินคดีนายทักษิณ และความเห็นของสังคมที่ทำลายและแย่งชิงอำนาจซึ่งผมไม่อยากใช้คำว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะนี่คือปัญหาของกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบัน ไม่อยากให้ศาลตกเป็นเครื่องมือของความขัดแย้ง” นายวิญญัติกล่าว

เมื่อถามว่า หลังจากศาลมีคำสั่งยกฟ้องนายทักษิณมีท่าทีอย่างไรบ้าง นายวิญญัติกล่าวว่า นายทักษิณยิ้มพร้อมกล่าวขอบคุณทีมทนายความ พร้อมบอกว่าหลังจากนี้จะได้ทำคุณประโยชน์และทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างเต็มที่ ส่วนบรรยากาศในช่วงการฟังคำพิพากษา นายทักษิณมีท่าทางเรียบเฉยและใช้สมาธิในการฟังคำพิพากษาของศาล และเมื่อศาลอ่านถึงท่อนที่ว่าพยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ นายทักษิณจึงยิ้มและดีใจซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของผู้ที่ตกเป็นจำเลยอยู่แล้ว โดยเฉพาะข้อกล่าวหานี้ที่ตนมองว่าเป็นข้อกล่าวหาที่นำมาเล่นงานนายทักษิณและเจ้าตัวก็ตกเป็นเหยื่อ ตอนนี้ถือว่าได้พิสูจน์ตัวเองและเดินเข้าสู่กระบวนการอย่างเต็มที่ซึ่งผลก็ออกมาตามที่ทุกคนเห็นในวันนี้

เมื่อถามว่าการ ยกฟ้องครั้งนี้เป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่เรื่องสองมาตรฐานหรือไม่ นายวิญญัติกล่าวว่า พูดได้เต็มปากในฐานะทนายความของนายทักษิณว่าศาลได้นำคำถามค้านของจำเลยไปพิจารณาประกอบกับพยานของโจทก์จำนวนมาก ตนนึกย้อนกลับไปก็ดีใจว่าได้ทำเต็มที่แล้ว และหลายคนจับตามองว่าสิ่งที่เป็นสาระสำคัญคืออะไร ซึ่งตนอาจจะเปิดเผยในอนาคตอันใกล้

เมื่อถามว่า คดีนี้เกี่ยวกับมาตรา 112 เช่นเดียวกับคดีมาตรา 112 ที่ประชาชนและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองโดนมาตรานี้เล่นงานเช่นเดียวกัน จะมีการนำไปเปรียบเทียบกันหรือไม่ นายวิญญัติกล่าวว่า มาตรา 112 เป็นที่จับตาหรือไม่ มองว่าเรื่องที่จับตาเกี่ยวข้องกับการเมืองไทย ประเทศไทยอยู่ได้เพราะการเมือง พยายามทำให้การเมืองเป็นปัญหา การฟ้องคดี 112 ก็เป็นส่วนหนึ่ง และผู้มีอำนาจรัฐก็นำมาตรานี้มาใช้กับผู้เห็นต่าง

“ผมไม่ได้หมายความว่าผู้ที่โดนคดี 112 ทุกคนจะต้องได้รับความเห็นใจ แต่อยากให้แยกการกระทำของแต่ละคนที่มีการโต้แย้งในสภาว่าเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย เป็นเรื่องของการตีความ ซึ่งผมมองว่าส่วนใหญ่มาตรา 112 ถูกนำมาใช้ในทางการเมือง” นายวิญญัติกล่าว

เมื่อถามว่า หลังจากนี้นายทักษิณจะสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้หรือไม่ นายวิญญัติกล่าวว่า ตอนนี้ข้อหานี้ยกฟ้องแล้ว ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ คำสั่งขอออกนอกประเทศหลังจากนี้ทีมทนายความจะยื่นคำร้องเพิกถอนในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน ส่วนการเดินทางไปในช่วงนี้หรือไม่นั้น นายทักษิณคงไม่เดินทางไปในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน

เมื่อถามว่า การเตรียมพยานหลักฐานก่อนหน้านี้นายทักษิณได้บอกอะไรเพิ่มเติมกับทีมทนายความหรือไม่ นายวิญญัติกล่าวว่า นายทักษิณไม่ได้บอกอะไรกับทีมทนายความ แต่ใส่ใจทุกเรื่อง ทั้งการสืบพยานที่ได้เป็นคนลุกขี้นมาซักค้านพยานทุกปากด้วยตนเองอย่างละเอียดว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า หลังจากนี้มีอะไรอยากฝากถึงสังคมว่าภายหลังจากที่ยกฟ้องแล้วสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ สังคมจะกังวลว่าจะมีการหลบหนีก่อนที่จะนัดฟังคำสั่งคดีชั้น 14 หรือไม่ นายวิญญัติกล่าวว่า นายทักษิณยืนยันว่าจะเข้าฟังการนัดฟังคำสั่งคดีชั้น 14 อย่างแน่นอน บุคคลที่ชอบคิดว่านายทักษิณจะหนี หรือเอาผลประโยชน์เข้าครอบครัว ตนคงไม่กราบวิงวอนบุคคลเหล่านี้ให้เลิกคิด เพราะเป็นไปได้ยาก ซึ่งบุคคลเหล่านี้มักจะอาศัยกินบุญเก่า คิดว่าตนพูดแล้วจะมีคนฟังหรือเป็นเรื่องจริงทุกอย่าง อันนี้อยู่ที่สติปัญญาของบุคคลในสังคม และอยากฝากบุคคลในสังคมให้ใช้สติปัญญาในการรับฟังบุคคลกลุ่มนี้ด้วย ที่ผ่านมาก็พิสูจน์อยู่แล้วว่านายทักษิณไม่ได้หลบหนีและสู้คดีดังกล่าวมาโดยตลอด