ดาราสาวชื่อดังขับรถหรูเข้าด่าน เมาไม่ยอมเป่า นักธุรกิจดังด่าใส่ตำรวจจราจรวังทองหลางท้าต่อย
เมื่อเวลาประมาณ 03.20 น. วันที่ 24 สิงหาคม พ.ต.ท.จุฑาพงศ์ ชาญดิลกโชติ ส.ว.(สอบสวน) สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุขับรถเมาสุรา และดูหมิ่น, ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน, ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ บริเวณจุดตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม หน้าโชว์รูมรถมอเตอร์เวย์ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบว่า ผู้ก่อเหตุคือ น.ส.มารี เบรินเนอร์ อายุ 33 ปี ดาราสาว และ นายอัศม์กรณ์ สิงห์สีกรกุล นักธุรกิจชื่อดัง ส่วนผู้เสียหายคือ จ.ส.ต.อุดมศักดิ์ พรหมชาติ ผบ.หมู่.จร.สน.วังทองหลาง
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ บริเวณถนนประดิษฐ์มนูธรรม หน้าโชว์รูมรถมอเตอร์เวย์ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุ ต่อมาเวลาประมาณ 03.10 น.ของวันเดียวกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ได้มีรถยนต์ ยี่ห้อปอร์เช่ สีเขียว คันหมายเลขทะเบียน สส 5 กรุงเทพมหานคร โดยมี น.ส.มารี เบรินเนอร์ เป็นผู้ขับขี่ และมีนายอัศม์กรณ์ สิงห์สีกรกุล โดยสารมาด้านข้างด้านหน้า และมีหญิงไม่ทราบชื่อสกุลจริง จำนวน 2 คน โดยสารมาด้านหลัง ผ่านมายังจุดตรวจ


จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงสัญญาณให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่ น.ส.มารีไม่ยอมลงจากรถ จากนั้นนายอัศม์กรณ์ได้ลงมาจากรถและแจ้งว่ารู้จักกับผู้บังคับบัญชา และแสดงอาการไม่พอใจและได้ต่อว่าด่าทอเจ้าที่ตำรวจ และได้ชี้หน้าและพูดกับผู้เสียหาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้งในทำนองว่า “ไอ้เ-ี้ย -ึงคือใครไอ้เ-ี้ย เย็- ไม่มี ไอ้สัตว์ ทุกคนมีมารยาทหมดยกเว้นไอ้เ-ี้ย…. -ึง สน. อะไร… เรื่องของ-ึงกวนส้น-ีน… ไอ้เ-ี้ย… เอายังไงตัวตัวกับ-ูปะ ตรงนี้แมนแมนเลย” เป็นต้น จากนั้นระยะเวลาผ่านไปนานพอสมควร น.ส.มารีได้ลงมาจากรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ น.ส.มารีหลายครั้ง แต่ น.ส.มารีไม่ยินยอมให้ทำการตรวจวัด ถามว่าถ่ายภาพไปทำไมอยากให้เป็นข่าวหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามชี้แจงทำความเข้าใจ


ขณะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ น.ส.มารีทราบว่าการกระทำของผู้ต้องหาเป็นการกระทำความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุรา แจ้งสิทธิตามกฎหมาย และควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งในระหว่างนั้นนายอัศม์กรณ์ก็ได้แสดงอาการไม่พอใจพูดจาในทำนองไม่สุภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้ง โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการจับกุม น.ส.มารีอยู่นั้น นายอัศม์กรณ์ได้พยายามเข้ามาในลักษณะขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการควบคุมตัว น.ส.มารี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการอธิบายหลายครั้ง แต่นายอัศม์กรณ์ไม่รับฟัง และยังมีอาการไม่พอใจและเข้ามาในลักษณะที่จะขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการควบคุม น.ส.มารี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการห้ามปรามและควบคุมนายอัศม์กรณ์ไว้ หลังจากนั้น ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายอัศม์กรณ์ในความผิดฐาน ดูหมิ่น, ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน, ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป

