ลูกศิษย์ เยี่ยมอดีตหลวงพ่ออลงกต รับยังศรัทธา ไม่ผิดหวังสวมชื่อเพื่อน เชื่อไม่หนี แค่ไปนวดตามปกติ

27.08.25 | 09:52 น.

ทิดจอร์จ นั่งสมาธิยันเช้า หลังพนักงานสอบสวนคุมตัวมาห้องขัง ด้านหมอบีนอนหลับพักผ่อน ก่อนจะคุมตัวฝากขัง เปิดใจ ‘ลูกศิษย์’ รับยังเชื่อมั่นและศรัทธา เพราะมองในสิ่งที่ท่านทำ พร้อมระบุวันเกิดเหตุท่านแค่จะไปนวดไม่ได้คิดหนี

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานรายงานความคืบหน้าหลังจากราวเวลา 03.00 น. พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม นำตัว อดีตพระอลงกต หรือ ทิดจอร์จ และ นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี มาควบคุมตัวยังห้องคุมขัง ที่อาคารศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังถูกสอบปากคำเครียดนานกว่า 24 ชั่วโมง

โดยทิดจอร์จให้การเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เช่นเดียวกับหมอบีที่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่ามีหลักฐานมาหักล้างการกระทำความผิด จากบัญชีที่เปิดรับบริจาค

รายงานข่าวระบุว่า ทิดจอร์ดและหมอบีถูกคุมขังคนละห้องกัน โดยตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่เข้ามาทิดจอร์จได้นั่งสมาธิตลอดจนกระทั่งถึงเช้า ส่วนหมอบีได้นอนหลับพักผ่อน และทั้งคู่ไม่ได้เรียกร้องอะไรเป็นพิเศษ

Advertisement

ส่วนวันนี้พนักงานสอบสวนจะคุมตัวทั้งคู่ไปฝากขังที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และพนักงานสอบสวนมีความเห็นค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมหลบหนี และกลัวว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานอื่นๆ

ต่อมา นายชัย (นามสมมุติ) ศิษย์อดีตพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือทิดจอร์จ เดินทางมาเยี่ยมอดีตพระ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากทราบข่าวว่าท่านถูกจับ รู้สึกเป็นห่วง โทรถามลูกศิษย์ของวัดพระบาทน้ำพุว่าท่านเป็นอย่างไรบ้าง มีเสื้อผ้าใส่หรือไม่ ตนเป็นห่วง เพราะเคยช่วยเหลืองานท่าน ทุกครั้งที่ท่านเข้ามาที่กรุงเทพฯก็จะมาช่วยกิจนิมนต์ตลอด เพราะท่านมีกิจกรรม 365 วันไม่เคยหยุด ท่านออกทำงานทุกวัน

นายชัยกล่าวว่า พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นยอมรับว่าตกใจ เป็นห่วงคนป่วย เด็กๆ และคนชราที่ท่านดูแลอยู่ รวมถึงสัตว์เลี้ยง และทีมงานที่ทำงานร่วมกันกับท่าน ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะทำอย่างไร และเมื่อวานตนทราบข่าวว่าที่โรงเรียนนาถะ มีผู้ปกครองหลายคนเดินทางมารับบุตรหลานกันตั้งแต่ยังไม่เลิกเรียน สงสารเด็กที่มาซ้อมกีฬา

เมื่อถามว่า รู้สึกเสื่อมศรัทธาเลยหรือไม่ นายชัยบอกว่า เรื่องคดีความขอไม่พูด แต่ยังศรัทธาในสิ่งที่ท่านทำและช่วยเหลือสังคม ยืนยันว่ายังคงศรัทธาอยู่ และไม่รู้เรื่องเบื้องลึกของท่าน เรารู้เพียงแค่ว่าท่านเป็นคนช่วยสังคมมากมาย บางครั้งตนก็รับทำข้าวกล่องส่งให้ท่านทั้งในกรุงเทพฯและส่งให้ผู้ป่วยที่วัด

เมื่อถามว่า ผิดหวังในตัวท่านหรือไม่ที่มีการนำชื่อของเพื่อนสนิทที่เสียชีวิตไปแล้วมาสวมชื่อ นายชัยบอกว่า ไม่ผิดหวัง และคิดว่าท่านน่าจะมีเหตุผลของท่าน เรามองแค่ที่ท่านช่วยเหลือสังคมมากกว่า จึงศรัทธาในส่วนนั้น และเมื่อวานนี้ตนได้คุยกับกลุ่มลูกศิษย์ทุกคนบอกว่าจะมาเยี่ยมท่าน มีทั้งผู้ป่วยและเด็กที่อยากมา ส่วนวันนี้จะมีการมาให้กำลังใจหรือไม่ น่าจะไม่มากัน

นายชัยเล่าด้วยว่า ปกติเวลาเจอท่าน ท่านก็ยังคงเดินได้ แต่ส่วนใหญ่จะนั่งวีลแชร์มากกว่าเพราะท่านปวดขาเนื่องจากขาดามเหล็ก หลังประสบอุบัติเหตุ ปกติท่านจะตื่นตี 3 หรือตี 4 และนั่งรถออกไปกิจนิมนต์ และกลับถึงวัดประมาณ 3-4 ทุ่มทุกวัน ส่วนใหญ่เวลาเข้ากรุงเทพฯในช่วงเช้าท่านจะบิณฑบาตและหลังจากนั้นจะไปกิจนิมนต์ในแต่ละที่พร้อมรับของบริจาค และช่วงเย็นก็จะมีตลาดเย็นจะมีคนไปร้องเพลง ที่ตลาดเพื่อขอรับบริจาค

เมื่อถามว่า จากการตามข่าวเชื่อหรือไม่ว่าหลวงพ่อจะหนี นายชัยระบุว่า ส่วนตัวไม่เชื่อ ท่านอาจจะแค่ออกไปนวด ปกติท่านไปทุกคืนอยู่แล้ว ก่อนกลับกุฏิ และวันที่เกิดเรื่องตนได้ข่าวว่าท่านกลับจากกิจนิมนต์ที่โคราชและแวะไปนวดที่ใจฟ้า Academy