สันธนะ ร้องภูมิธรรม ค้านตั้ง ‘บิ๊กตร.’ อ้างเอี่ยวฟอกเงินเว็บพนัน ปัดให้อภัยชูวิทย์ สู้คดีอื่นๆ ต่อ

28.08.25 | 16:19 น.

สันธนะ ร้อง ภูมิธรรม แต่งตั้งนายตำรวจขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. ไม่เหมาะสมหลังพบเอี่ยวฟอกเงินสถานบันเทิงให้เว็บพนัน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจเเห่งชาติ (ตร.) นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล เดินทางมาติดตามความคืบหน้ากรณีที่เคยยื่นหนังสือคัดค้านการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสูงไว้ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมนำหลักฐานการรับส่วยสถานบันเทิงของสถานีตำรวจนครบาล (สน.) แต่ละพื้นที่มาโชว์สื่อ อ้างว่านี่คือรายได้ที่สถานีตำรวจเก็บจากสถานบันเทิงในพื้นที่ และส่งส่วยเหล่านี้ถึงระดับกองบัญชาการ

นายสันธนะบอกว่า วันนี้ตั้งใจมาติดตามความคืบหน้าว่าหนังสือคัดค้านการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศ พล.ต.ท. ที่กำลังจะขึ้นรับตำแหน่ง พล.ต.อ. หรือ รอง ผบ.ตร. ที่ได้ส่งถึงนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ จะได้นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในวันนี้ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการร้องเรียนของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) และ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.)

นายสันธนะมองว่า การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ 2565 มาตรา 82 ไม่ใช่จะพิจารณาแต่อาวุโสอย่างเดียว ต้องดูความประพฤติและจริยธรรมของข้าราชการตำรวจด้วย อย่างนายตำรวจที่ตนเองร้องเรียนนายนี้ มีหลักฐานชัดเจนเรื่องพฤติการณ์นำเงินจากเว็บพนันไปสร้างสถานบันเทิงเพื่อฟอกเงิน เช่น สถานบันเทิงย่านประเสริฐมนูกิจ พระราม 9 และห้วยขวาง ก็มีหลักฐานเส้นเงินชัดเจน ส่งส่วยเดือนละหลายแสนบาท

Advertisement

นายสันธนะยืนยันว่า การร้องเรียนครั้งนี้ไม่ได้เกาะกระแสหรือหิวแสง แค่ติดตามความคืบหน้าที่ร้องเรียนเอาไว้ และคาดว่าหนังสือดังกล่าวจะได้รับการพิจารณา เพราะช่วงสองเดือนที่แล้วตัวเองก็เคยร้องเรียนนายตำรวจท่านนี้ แต่ก็ไม่ได้รับการพิจารณาใดๆ อีกทั้งในการแต่งตั้งโยกย้ายปีที่แล้วก็เคยร้องเรียนนายตำรวจท่านหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดก็ได้ขึ้นตำแหน่ง หากการร้องเรียนครั้งนี้ไม่ได้รับการพิจารณาก็จะเดินหน้าร้องเรียนกับหน่วยงาน ป.ป.ช.ต่อไป

ส่วนกรณีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาจำคุกนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ 8 เดือน ฐานหมิ่นประมาทโดยไม่รอลงอาญา นายสันธนะบอกว่า ยังมีคดีฟ้องร้องกับนายชูวิทย์อีกหลายคดีที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนและอัยการ การที่ศาลมีคำพิพากษาออกมาแบบนี้ หลังจากนี้ก็เตรียมจัดปาร์ตี้ฉลอง

ส่วนก่อนหน้านี้ที่สื่อเห็นว่าตนและนายชูวิทย์ทักทายกันในศาลก็เป็นเพียงการทักทายเฉยๆ ไม่ได้มีการขอโทษกัน และบนชั้นศาลนายชูวิทย์ก็ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาอยู่ ดังนั้น ตัวเองก็ยังไม่ได้ให้อภัยและขอต่อสู้คดีกันต่อ

นายสันธนะมองว่า การที่นายชูวิทย์ให้ข่าวพูดถึงตัวเองไม่ใช่การพูดกันเพียง 2 คน แต่พูดกับสื่อ จนทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะฉะนั้นจะใช้ศาลเพื่อทำความจริงให้ปรากฏ

ส่วนปัญหาเรื่องสุขภาพของนายชูวิทย์ที่ป่วยอยู่นั้น ส่วนตัวไม่เชื่อ เพราะจากการตรวจสอบยังพบว่านายชูวิทย์ใช้ชีวิตตามปกติ หลังจากนี้จะยอมความหรืออโหสิกรรมหรือไม่นั้น ตนอยากบอกกับนายชูวิทย์ว่า เวลาอยู่ที่ศาลก็อย่าปฏิเสธ ส่วนเรื่องที่โกรธกันจนขั้นไม่เผาผีนั้น ตอนนี้ชูวิทย์ยังไม่ได้เป็นอะไร ขอให้ถึงวันนั้นก่อนเดี๋ยวจะบอกอีกที แต่ไม่รู้ว่าใครจะไปก่อนกัน