ภูมิธรรม หัวโต๊ะตั้ง 251 บิ๊กสีกากีวันนี้ จับตาถกปม 4 นายพล ร้องขอความเป็นธรรมไร้ชื่อเข้าชิง หลังบอร์ดเล็กยันโผเดิม

31.08.25 | 06:00 น.

ภูมิธรรม หัวโต๊ะตั้ง 251 บิ๊กสีกากีวันนี้ จับตาถกปม 4 นายพล ร้องขอความเป็นธรรมไร้ชื่อเข้าชิง หลังบอร์ดเล็กยันโผเดิม


ทั้งนี้วันที่ 31 สิงหาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) โดยมีวาระการแต่งตั้งนายพลตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก. จำนวน 251 ตำแหน่งในเวลา 15.00 น.

พล.ต.อ.วินัย ทองสอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวว่า ที่ประชุม ก.ตร.จะพิจารณาให้ความเห็นชอบบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตามที่คณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระดับ ตร. หรือบอร์ดกลั่นกรอง ที่มี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เสนอมา ถ้านายตำรวจคนใดไม่ได้เสนอมาในบัญชี ที่ประชุม ก.ตร.ไม่สามารถพิจารณาได้ แต่ที่ประชุมสอบถามได้ว่า ทำไมถึงไม่เสนอนายตำรวจคนดังกล่าว มีเหตุผลอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่มีข่าวว่ามี 4 นายพล คือ พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. และ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ที่นายภูมิธรรมให้ ผบ.ตร.กลับไปทบทวนเพราะมีเรื่องร้องเรียน เนื่องจากแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ที่ประชุมจะพิจารณาอย่างไร พล.ต.อ.วินัยกล่าวว่า เมื่อมีการท้วงติง คณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ ตร.ต้องรับกลับไปพิจารณาใหม่ แต่ถ้ามารายชื่อเดิมไม่ได้มีการแก้ไข ยืนยันเหตุผลเดิม ก็ต้องมีการลงมติกัน

Advertisement

รายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ เข้ามาประชุมด่วนเพื่อนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นสภาพ และรายละเอียดข้อกฎหมายในคำสั่งมาพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการประชุม ก.ตร.วันที่ 31 สิงหาคมว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ฝ่ายกฎหมายชี้แจงว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 169 ระบุว่า “ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะรัฐมนตรีใหม่ ข้อจำกัดของรัฐบาลรักษาการ รัฐบาลที่พ้นจากตำแหน่งแล้ว จะไม่มีอำนาจเต็มในบางเรื่อง เช่น ไม่สามารถออกนโยบายใหม่ที่มีผลผูกพันในระยะยาว ไม่สามารถแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงโดยไม่มีเหตุจำเป็น ไม่ควรใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมาก ยกเว้นในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น” เป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ในกรณียุบสภาและการแต่งตั้งที่ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น มิได้มีข้อห้ามการแต่งตั้งตามกฎหมายตำรวจและการแต่งตั้งข้าราชการทหาร โดยสภากลาโหมแต่อย่างใด

ข่าวแจ้งว่า สำหรับการประชุม ก.ตร.เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่การประชุมล่ม เนื่องจากนายภูมิธรรมสั่งให้เลื่อนการประชุมเนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนหลายเรื่อง โดยมี 4 นายพล ตามที่เป็นข่าวนั้น ปรากฏว่าทางบอร์ดกลั่นกรองไม่ได้มีการประชุมทบทวนใหม่ ได้เสนอบัญชีแต่งตั้งรายชื่อเดิมให้ที่ประชุม ก.ตร.วันที่ 31 สิงหาคมพิจารณา

ข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้ช่วย ผบ.ตร. ขึ้นรอง ผบ.ตร. เป็นอำนาจ ผบ.ตร.เสนอชื่อต่อที่ประชุม ก.ตร. ทั้งนี้เมื่อเสนอรายชื่อ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขึ้นรอง ผบ.ตร. แล้วข้ามรายชื่อ พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผช.ผบ.ตร.ที่อาวุโสอันดับ 2 ไป แล้วไปเสนอชื่อ พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ อาวุโสอันดับ 3 ขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร.เลย ฉะนั้น ที่ประชุม ก.ตร. อาจมี ก.ตร.บางคนต้องการทราบเหตุผลการเสนอชื่อ พล.ต.ท.อิทธิพล เนื่องจาก พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ได้ร้องขอความเป็นธรรม ก.ตร.ทุกคน ดังนั้น

ก.ตร.รายหนึ่งรายใดอาจหยิบยกขึ้นมาสอบถามได้เลย ซึ่ง ผบ.ตร.ต้องชี้แจงที่ประชุม ถ้ามี ก.ตร.อภิปรายไม่เห็นด้วยก็ต้องลงมติกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าบอร์ดส่วนใหญ่เห็นว่าควรให้ พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ได้เลื่อนขึ้นตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ส่งผลให้บอร์ดกลั่นกรองต้องนำบัญชีกลับมาทำใหม่ หากทำไม่ทัน ต้องขอมติที่ประชุม ก.ตร.ให้ขยายเวลาออกไป

ทั้งนี้ ก.ตร. 16 คน ประกอบด้วย นายภูมิธรรม ประธานในที่ประชุม ผบ.ตร., 5 รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ, 6 ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ, เลขาธิการ ก.พ.ร. และเลขาธิการ ก.พ. โดยในส่วน ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒินั้นจะมีเสียง 3 ส่วน 1.สนับสนุนทางฝั่งการเมือง, สนับสนุนบอร์ดเล็ก และเป็นกลาง ถ้ามีการลงมติกันเสียงฝั่งบิ๊กตำรวจจับมือ ก.ตร.ผู้ทรงคุณ และ 2 เลขา ก.พ.ร.ก.พ. น่าจะชนะฝ่ายการเมือง