ฝั่งอสังหาฯ โต้ปมทิ้งงานรับสร้างบ้าน ย้ำไม่มีเจตนาฉ้อโกง ยันความเสียหายไม่ถึง 300 ล้าน

23.09.25 | 13:53 น.

‘ทนายสายหยุด’ แจงปม บ.อสังหา ทิ้งงาน 300 ล้าน เหตุแรงงานกัมพูชาขาด โต้ผู้เสียหายจริงมีไม่เกิน 10 ราย


จากกรณีที่มีผู้เสียหายกว่า 20 คน รวมตัวกันเข้าร้องเรียนกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ถูกบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่รับงานก่อสร้างบ้าน ราคาหลังละ 3-10 ล้านบาท แต่ทิ้งงาน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 กันยายน ที่ศูนย์รับเเจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายสายหยุด เพ็งบุญชู ในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจ จากบริษัทคู่กรณีที่ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อมาจากบริษัทดังกล่าวให้มาเป็นทนายความ เนื่องจากหลังมีกระแสข่าวดังกล่าวทำให้ไม่สบายใจ เพราะฝ่ายผู้เสียหายโดยเฉพาะทนายความที่เป็นตัวเเทน เปิดเผยว่าความผิดดังกล่าวเป็นความฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นการวางแผนหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน โดยบริษัทก็พยามจะนิ่งและแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด แต่เหมือนการกระทำของผู้เสียหายเป็นการเรียกแขก บริษัทเลยต้องเข้ามาชี้แจงพร้อมกับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทางตำรวจ

Advertisement

นายสายหยุดกล่าวอีกว่า บริษัทนี้เปิดตั้งแต่ปี 2561 ส่งออกบ้านไปแล้วกว่า 1,700 หลัง ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร จะมีเเต่ก็บ้านที่สร้างอยู่ขนาดนี้ประมาณ 200 หลัง โดยที่เกิดปัญหาหลังก็คือเกิดการปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งคนงานกว่า 90% เป็นกัมพูชา เดินทางกลับประเทศไปหมด ทำให้ไซต์งานเกิดการขาดแคลนแรงงานในการสร้างบ้าน ในส่วนนี้ก็ยอมรับว่าไม่มีแรงงานเข้าไปในไซต์งานก่อสร้างจริง

นายสายหยุดกล่าวอีกว่า ผู้เสียหายจริงๆ เท่าที่ทราบมีไม่เกิน 10 ราย และหนึ่งในนั้นเป็นทหารยศใหญ่ทางภาคตะวันออก สร้างบ้านราคา 7 ล้านบาท ที่พยายามปลุกระดมคนเข้ามาในกลุ่มเพื่อเป็นผู้เสียหาย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การที่อ้างว่าปัญหาเกิดจากการปะทะกันระหว่างไทยและกัมพูชาทำให้ไม่มีแรงงานเข้าไปดำเนินการในโครงการ แต่มีผู้เสียหายบางรายอ้างว่าเกิดปัญหามานานเป็นปีแล้ว จะชี้แจงว่าอย่างไร นายสายหยุดกล่าวว่า จะต้องดูเป็นรายหลังไป เช่น บางบ้านที่มีปัญหาเป็นปี เนื่องจากมีบางจุดของบ้านมีรอยพัง รอยร้าว พอบริษัทจะเข้าไปตรวจสอบ หรือแก้ไขทางลูกค้าก็อาจจะไม่อยู่ หรือวันที่ลูกค้าอยู่ บริษัทก็ไม่ได้มีการเข้าไป ทำให้ค้างคากันมานานเป็นปี แต่ปัญหาส่วนใหญ่คือการไม่มีการตรวจรับส่งมอบงาน บางคนรับเงินก้อนสุดท้ายจากธนาคารมาแล้วก็ไม่ได้มีการส่งให้บริษัท บางรายไม่ตรวจรับงานกว่า 2 ปีก็มี แถมมีบ้างรายที่เหลือการดำเนินการเพียง 10% ก็ไม่ให้บริษัทเข้าไปดำเนินการให้เสร็จสิ้น

ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาหลังจากนี้ นายสายหยุดบอกว่า หลังจากนี้จะมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายแต่ละรายเข้าพูดคุยกับบริษัทแต่ละสาขาที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ 55 สาขา ในการเจรจาทางบริษัทพร้อมที่จะพูดคุยเจรจากับฝั่งผู้เสียหาย แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการคัดแยกคู่ขัดแย้งของบริษัทออกไปก่อน ส่วนคนไม่ได้มีปัญหาก็สามารถเข้าพูดคุยเจรจาได้เลย

“คนที่มาให้สร้างบ้านก็ต้องการที่จะมีบ้านอยู่ บริษัทก็ต้องการสร้างบ้ายให้เสร็จ มีเเค่นั้นเลย” นายสายหยุดระบุ

ส่วนเรื่องมูลค่าความเสียหายที่ผู้เสียหายรวมตัวกันและอ้างว่ามีความเสียหายมากกว่า 300 ล้านบาทนั้น นายสายหยุดเผยว่า มองว่าสัญญาสร้างบ้านกว่า 200 หลังที่บริษัทกำลังทำอยู่นั้นก็ทำไปไม่น้อยกว่า 30-40% แล้ว ซึ่งแต่ละรายก็ยังไม่ได้จ่ายเต็ม 100% เพราะฉะนั้นมูลค่าความเสียหายไม่ถึง 300 ล้านบาทอย่างแน่นอน โดยเฉพาะบางรายต้องไปดูกันเป็นรายบุคคล หรือรายสัญญา ยืนยันว่าบริษัทไม่ได้มีเจตนาในการฉ้อโกง เพราะบริษัทมีการส่งมอบบ้านมาแล้วกว่า 1,700 หลัง ตั้งแต่ปี 2561

ในวันที่มีผู้เสียหายรวมตัวกันกว่า 20 คนนั้นได้มีตัวแทนของบริษัทรับเหมาช่วงอ้างว่ายังไม่รับเงินจากบริษัทดังกล่าวเช่นกัน เรื่องนี้นายสายหยุดระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างบริษัท ตนไม่ใช่ผู้บริหาร จึงไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้

นายสายหยุดกล่าวว่า วันนี้ก็นำหลักฐานมาชี้แจงเป็นเอกสารเกี่ยวกับสัญญาจ้าง ข้อมูลการพูดคุย หรือภาพการก่อสร้าง ยืนยันว่าจะไม่มีการฟ้องร้องสื่อมวลชนที่ทำข่าวก่อนหน้านี้