ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุก 2 ปี ลูกเกด ชลธิชา คดี 112 ปราศรัยคาร์ม็อบปี’64 ให้ประกันแล้ว

30.09.25 | 10:02 น.

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุก 2 ปี ลูกเกด ชลธิชา คดี 112 เหตุปราศรัยคาร์ม็อบปี’64 รอคำสั่งประกันตัวในชั้นฎีกา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 กันยายน ศาลจังหวัดธัญบุรีนัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในคดีหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด อดีตนักกิจกรรมทางการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน เหตุจากกรณีปราศรัยและชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังคดีการเมือง หน้าศาลจังหวัดธัญบุรี เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564 #คาร์ม็อบ11กันยา64 โดยวันนี้ น.ส.ชลธิชา เดินทางมาศาล พร้อมกับ นายปิยรัฐ จงเทพ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน นายศรายุทธิ์
ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ก่อนที่ต่อมาจำเลยยื่นคำร้อง พร้อมยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว

ศาลจังหวัดธัญบุรีพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างฎีกา โดยตีราคาประกัน 150,000 บาท

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังดังกล่าวมีเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) และกลุ่มพะยอมเก๋า ร่วมกันจัดกิจกรรม เรียกร้องให้ #ปล่อยเพื่อนเรา โดยตั้งขบวนจากหน้าห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และเคลื่อนตัวไปยังศาลจังหวัดธัญบุรี เพื่อลงชื่อยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาคดีชุมนุมหน้า บก.ตชด. ภาค 1 จำนวน 5 ราย ได้แก่ ณัฐชนน ไพโรจน์, บอย-ธัชพงศ์ แกดำ, ฟ้า-พรหมศร วีระธรรมจารี, ไมค์-ภานุพงศ์ จาดนอก และ เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ ซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจําอําเภอธัญบุรี

จากฐานข้อมูลของ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า คดีนี้มีจำเลยทั้งสิ้น 10 ราย นอกจากชลธิชา (จำเลยที่ 1) นักกิจกรรมและประชาชนอีก 9 คน ถูกฟ้องเฉพาะข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดปทุมธานี เรื่องมาตรการป้องกันโควิด-19 และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต

แต่มี น.ส.ชลธิชา คนเดียวที่ถูกฟ้องในข้อหา ม.112 เพิ่มจากข้อหาข้างต้น เหตุจากการปราศรัยในประเด็นที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออก พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 และแก้กฎหมาย พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เมื่อปี 2561

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 10 ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าทั้งสิบเป็นผู้จัดการชุมนุม ดังนั้น จึงไม่มีหน้าที่ต้องจัดมาตรการป้องกันโรคและขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง และไม่ปรากฏว่าหลังจากการชุมนุมมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ส่วนข้อหา ม.112 เห็นว่า น.ส.ชลธิชา กระทำความผิดตาม ม.112 ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ต่อมาศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวชลธิชาในระหว่างอุทธรณ์