แจ้ง4ข้อหา หนุ่ม33 ใช้เท้าถีบกระจกรถ อ้างเครียดเคยถูกรถใหญ่เบียด พบประวัติรักษาอาการทางจิต

2.10.25 | 15:02 น.

รวบหนุ่ม ใช้เท้าถีบกระจกรถยนต์บนถนนวิภาวดี อ้างเครียด เคยถูกรถใหญ่เบียด พบประวัติรักษาอาการทางจิต สน.วิภาวดีรังสิต แจ้ง 4 ข้อหาเตรียมนำตัวส่งศาลแขวงดอนเมืองลงโทษ


จากกรณีตามที่ได้ปรากฏข้อความและคลิปเหตุการณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ (Facebook) ชื่อบัญชี “Thanaipaphon Makyim” ซึ่งได้โพสต์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 08.02 น. ว่ามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda ADV 150 สีดำ หมายเลขทะเบียน 3 ชฎ 2688 กรุงเทพมหานคร ก่อเหตุใช้เท้าถีบและตบกระจกรถยนต์ผู้อื่นที่สัญจรบนถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า บริเวณก่อนถึงท่าอากาศยานดอนเมือง ทำให้เกิดความเสียหายแก่รถยนต์หลายคันนั้น

อ่านข่าวตร.จ่อเรียก คนขี่จยย. สอบปากคำ หลังคลิปว่อนไล่ถีบกระจกรถยนต์กลางถนนวิภาวดี 

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ดํารงศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 ได้สั่งการให้ตำรวจสน.ดอนเมือง และตำรวจจราจรกลาง ติดตามตรวจสอบผู้ก่อเหตุดังกล่าว จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุดังกล่าวคือ นายณัฐพงษ์ สงวนนามสกุล อายุ 33 ปี ได้ควบคุมตัวมาพบพนักงานสอบสวนสน.ดอนเมือง และพนักงานสอบสวนศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. สอบสวนกรณีดังกล่าว

Advertisement

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การว่า มีความเครียดสะสมจากการถูกเบียดโดยรถยนต์ขนาดใหญ่ในอดีต และมีประวัติการรักษาอาการทางจิตเวชที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โดยต้องรับประทานยาต่อเนื่อง และมีกำหนดนัดพบแพทย์เพื่อติดตามอาการในวันที่ 6 ต.ค. 2568 นี้

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “ทำให้เสียทรัพย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ประกอบมาตรา 359 (3) ในส่วน สน.วิภาวดี แจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 ได้แก่ 1. ขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจร มาตรา 43 (3) โทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท 2.ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน มาตรา 43 (4) โทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท 3.ขับรถคร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องเดินรถ มาตรา 43 (6) โทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท 4.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น มาตรา 43 (8) โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไกล่เกลี่ยในความผิดฐาน “ทำให้เสียทรัพย์” ผู้ต้องหาและผู้เสียหายตกลงชดใช้ค่าเสียหายกันได้ ผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีต่อ และได้ถอนคำร้องทุกข์ ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร พนักงานสอบสวน สน.วิภาวดี จะส่งตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลแขวงดอนเมืองในข้อหา ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และดำเนินการเปรียบเทียบปรับในความผิดอื่นตามสมควรต่อไป