ยกเคส วิระชัย ทรงเมตตา ถูกปลดออกจากราชการ โทษร้ายแรง ถูกตัดสิทธิประโยชน์อื้อ
จากกรณี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงโทษปลด พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรอง ผบ.ตร. ออกจากราชการ เนื่องจาก พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา (เกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565) ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ถูกกล่าวหา มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง กรณีคลิปเสียงคดียิงรถ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือ บิ๊กโจ๊ก ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกฎหมายเกี่ยวข้อง การปลดออกจากราชการ ถือว่าเป็นโทษทางวินัยร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยข้าราชการตำรวจและกฎหมายข้าราชการพลเรือน ซึ่งมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ที่ผู้ถูกปลดควรจะได้รับตามปกติ สรุปได้ดังนี้
สิทธิที่เสียไปเมื่อถูก “ปลดออก”
1.เงินเดือนและบำเหน็จ/บำนาญ
- จะไม่ได้รับบำนาญ (เพราะปลดออกเป็นโทษทางวินัย ไม่ใช่เกษียณอายุ)
- อาจได้รับเพียง บำเหน็จตกทอด (เงินบำเหน็จข้าราชการ) ถ้ากฎหมาย/กฎ ก.ตร. เปิดช่องไว้ (ขึ้นกับเหตุและคำสั่ง)
- เงินที่สะสมไว้ในกองทุน เช่น กบข. (ถ้ามี) จะได้รับคืนเฉพาะส่วนที่เป็นเงินสะสมของตนเอง แต่เสียสิทธิเงินสมทบจากทางราชการ
2.สิทธิประโยชน์เมื่อเกษียณ
- สิทธิรักษาพยาบาลแบบข้าราชการ (ตลอดชีพ) สิ้นสุด
- สิทธิรับเบี้ยหวัด บำนาญ หรือสวัสดิการของครอบครัว สิ้นสุด
3.ตำแหน่ง เกียรติยศ และเครื่องราชฯ
- ถือว่าขาดจากราชการในทันที
- เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับไปแล้ว ไม่ถูกเพิกถอน โดยอัตโนมัติ (เว้นแต่มีพระบรมราชโองการเพิกถอนกรณีพิเศษ)
- แต่ไม่มีสิทธิเลื่อนหรือขอพระราชทานใหม่
เปรียบเทียบกับโทษ “ไล่ออก”
- ปลดออก : ยังอาจได้รับ “บำเหน็จ” อยู่บ้าง (แต่ไม่ใช่บำนาญ) → ถือว่าโทษเบากว่าไล่ออก
- ไล่ออก : จะเสียสิทธิทุกอย่าง รวมถึงบำเหน็จด้วย
ตัวอย่างสิทธิที่เหลืออยู่
- เงินสะสมส่วนตัวในกบข. (ถ้ามี)
- เงินประกันชีวิต/กองทุนอื่นที่ข้าราชการทำไว้เอง
- เงินกู้สหกรณ์ตำรวจ (ถ้ามี) ก็ต้องชำระต่อไป
สรุปสั้นๆ
ปลดออก = ขาดจากราชการ เสียสิทธิราชการทั้งหมด (บำนาญ, รักษาพยาบาล, สวัสดิการ) แต่ยังมีสิทธิได้บำเหน็จ/เงินสะสมบางส่วน ขึ้นกับกฎหมายและเงื่อนไข
ไล่ออก = เสียหมดทุกสิทธิ ไม่มีแม้แต่บำเหน็จ

