‘บิ๊กโจ๊ก’ ฟ้องเพิ่ม 2 บิ๊กตุลาการศาลปกครอง ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปมใช้อำนาจกลั่นแกล้งเอาผิดทางอาญาคดีละเมิดอำนาจศาล นัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง 10 พ.ย.68
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาเพื่อยื่นฟ้อง 1.รองประธานศาลปกครองสูงสุดและ 2.หัวหน้าคณะตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นจำเลย ในความผิดฐาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมายื่นฟ้องรองประธานศาลปกครองสูงสุดและหัวหน้าคณะตุลาการศาลปกครองสูงสุด ในความผิดฐานการใช้อำนาจหน้าที่ในการกลั่นแกล้งตนเองให้ต้องรับโทษทางอาญา เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีที่ก่อนนี้ได้มายื่นฟ้องประธานศาลปกครองสูงสุดและประธานแผนกคดีประธานแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นฯไว้ที่ศาลอาญาทุกจริตและประพฤติมิชอบแห่งนี้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ระบุว่า เมื่อฟ้องประธานศาลปกครองสูงสุด ตามหลักกฎหมายถือว่าท่านเป็นคู่กรณีกันแล้ว ตนจึงได้ทำหนังสือไปกราบเรียนประธานศาลปกครองสูงสุดว่าจะต้องไม่ใช้อำนาจหน้าที่ มอบหมายผู้ใดมากำกับดูแลคดีตน เพราะท่านเป็นจำเลยในคดีที่ถูกตนเองฟ้อง ต่อมาปรากฏว่าประธานศาลปกครองสูงสุดยังได้มอบหมายให้รองประธานศาลปกครองสูงสุดมากำกับคดีตนอีก และรองประธานศาลปกครองสูงสุดได้ใช้อำนาจหน้าที่กลั่นแกล้งให้ตนรับโทษทางอาญาอีกคดี คือเรื่องละเมิดอำนาจศาล ทั้งที่องค์ประกอบของกฎหมายไม่เข้าองค์ประกอบความผิดของการละเมิดอำนาจศาล แต่ในคำชี้แจงคำอธิบายอนุโลมกฎหมายมาใช้กับตนเอง
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ในกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเสียงของศาลปกครองนั้น ศาลต้องดำเนินการตรวจสอบว่าคลิปเสียงที่มีการเผยแพร่เป็นเสียงของนาย อ.จริงหรือไม่ และเป็นเสียงขององค์คณะทั้ง 5 คนจริงหรือไม่ แต่ไม่ใช่มากล่าวหาตนเองแบบนี้ ซึ่งส่วนตัวเข้าใจว่าการกล่าวหา ยังไม่ได้บอกว่าตนผิดหรือไม่ผิด แต่การกล่าวหาโดยที่รองประธานศาลปกครองสูงสุดและหัวหน้าคณะตุลาการศาลปกครองสูงสุดเป็นตุลาการศาลปกครองชั้นสูง เป็นผู้ที่รู้กฎหมายดีอยู่แล้ว ย่อมทราบดีข้อกล่าวหาความผิดฐานนี้ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดของตน ดังนั้น เมื่อเกิดความเสียหาย จึงต้องใช้สิทธิมายื่นฟ้องคดีกับทั้ง 2
ทั้งนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง รับคำฟ้องไว้เป็นเลขคดี อท.190/2568 และนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจฟ้องในวันที่ 10 พ.ย.68 เวลา 09.30

