เปิดบันทึกลับคดี “ส.ส.ชนนพัฒฐ์” จเรตำรวจแห่งชาติ ฟันวินัย พนง.สอบสวนสงขลา-หาดใหญ่ เซ็นข้อความเพี้ยน-ก๊อปวางผิด ทำผู้กล่าวหารอด ส่วน 2 ตำรวจพ้นผิด
จากกรณีการสอบสวนวินัยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการทำสำนวนคดีของ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคกล้าธรรม ซึ่งไม่ถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ต.ประชิต (ผู้กล่าวหา) และ ร.ต.อ.นวพล (พยาน) ได้กลับคำให้การจนทำให้ชนนพัฒฐ์รอดคดี
เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบเอกสารบันทึก ลับที่ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาและเรียกสอบพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวน สถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองสงขลา ซึ่งเป็นบันทึกข้อความลงวันที่ 3 มีนาคม 2567 ที่ลงนามโดย พ.ต.ท.พิเชษฐ์ไชย หนูผุด รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองสงขลา พร้อมด้วย พ.ต.ต.ประชิต และ ร.ต.อ.นวพล
จากเอกสารดังกล่าว ส่งผลให้ จตช. มีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิดวินัยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา และ สภ.หาดใหญ่ ในขณะที่ พ.ต.ต.ประชิต และ ร.ต.อ.นวพล นั้นไม่มีความผิด
จากบันทึกข้อความระบุถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เวลาประมาณ 17.30 น. ณ กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 (บก.น.7) โดย พ.ต.ท.พิเชษฐ์ไชย พนักงานสอบสวน ได้นัดสอบปากคำ พ.ต.ต.ประชิต และ ร.ต.อ.นวพล เพิ่มเติมใน 3 ประเด็น ตามที่ผู้ต้องหา (ชนนพัฒฐ์) ร้องขอความเป็นธรรมว่า ตนไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม การสอบสวนเกิดขึ้นด้วยความเร่งรีบ เนื่องจากพนักงานสอบสวนต้องรีบไปเช็กอินที่สนามบินดอนเมืองให้ทันเวลา 18.30 น. โดยมีเวลาสอบปากคำเพียง 10-15 นาที เมื่อเปิดไฟล์ร่างคำให้การที่เตรียมมาตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2565 พบว่า ไฟล์มีความผิดเพี้ยนของข้อความ จึงใช้วิธีคัดลอก (Copy) และวาง (Paste) ลงในไฟล์ใหม่ ทำให้ข้อความบางส่วนขาดหายไป ด้วยความเร่งรีบ พนักงานสอบสวนจึงไม่ได้แก้ไขคำถามในเอกสารให้ตรงกับที่สอบถามด้วยวาจา เพียงแค่พิมพ์ คำตอบ ของผู้ให้การลงไป แล้วพรินต์ให้ทั้งสองนายลงชื่อทันที ส่งผลให้บันทึกคำให้การไม่ตรงกับเจตนาการสอบสวนที่ต้องการยืนยันว่า ผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังหลงลืมพิมพ์ข้อความยืนยันคำให้การเดิมลงในบันทึกด้วย
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า พ.ต.ต.ประชิต และ ร.ต.อ.นวพล ได้พยายามไปให้การขยายความเพิ่มเติมที่ สภ.หาดใหญ่ เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิด แต่พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ กลับไม่พิจารณาคำให้การส่วนนี้ และนำข้อมูลที่ผิดพลาดจาก สภ.เมืองสงขลา มาประกอบการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องนายชนนพัฒฐ์ จนนำมาสู่การสอบสวนของจเรตำรวจในที่สุด

