เจ๋ง ดอกจิก นอนคุกคืนแรก ห่วงครอบครัว แต่ปรับตัวได้ ทานข้าวได้ครบมื้อ สภาพจิตใจโอเค
จากกรณีเมื่อวันที่ 20 มกราคม ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อการร้าย หมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กับพวกรวม 24 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย และมั่วสุมสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยก่อนการอ่านคำพิพากษา บุตรสาวของนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก จำเลยที่ 7 ในฐานะนายประกัน ได้ยื่นคำร้องแถลงต่อศาลขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาออกไปอีก 1 นัด โดยระบุว่านายยศวริศมีอาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.68 เคยอนุญาตให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษามาแล้ว 30 วันตามคำร้องขอ จึงมีคำสั่งให้นายประกันติดตามตัวนายยศวริศมาศาล มิฉะนั้นจะพิจารณาออกหมายจับและปรับนายประกัน ต่อมาบุตรสาวจึงได้ประสานนำตัวนายยศวริศเดินทางจากโรงพยาบาลมายังศาลอาญา จากนั้นนายยศวริศได้แถลงต่อศาลด้วยตนเอง ขอความเมตตาเลื่อนอ่านคำพิพากษาไปอีก 30 วัน เนื่องจากเกรงว่าหากต้องเข้าเรือนจำในขณะที่อาการยังวิกฤต อาจส่งผลกระทบต่อการรักษาจนถึงแก่ชีวิตได้
คณะผู้พิพากษาจึงได้หารือกับผู้บริหารศาลอาญา ก่อนมีความเห็นให้ดำเนินการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตามระเบียบขั้นตอน และต่อมาศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ จำคุกนายยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก) รวม 8 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษจำคุก 5 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และภายหลังสิ้นสุดคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวนายยศวริศไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ 21 มกราคม นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เวลาประมาณ 19.00 น. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัวนายยศวริศ ชูกล่อม ในคดีข่มขืนใจผู้อื่นโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ กำหนดโทษ 5 ปี 4 เดือน ซึ่งเรือนจำมีการจัดทำประวัติแรกรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ และดำเนินการให้กักโรคเป็นเวลา 5 วัน (นับตั้งแต่วันที่ 20-24 ม.ค.69)
ในส่วนของโรคประจำตัว นายยศวริศได้แจ้งถึงการมีประวัติการรักษาสุขภาพ (อาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ) อย่างไรก็ตาม ลักษณะของเรื่องสุขภาพจิต นายยศวริศแจ้งว่าปกติทั่วไป และในการนอนหลับคืนแรกก็พบว่านอนหลับได้ดี ไม่มีความเครียดที่น่าวิตกกังวล แต่มีเพียงห่วงเรื่องครอบครัวที่อยู่ข้างนอก ส่วนการปรับตัว นายยศวริศค่อนข้างปรับตัวได้ดี สามารถรับประทานอาหารของเรือนจำได้ปกติ
ทั้งนี้ เมื่อนายยศวริศกักตัวครบ 5 วัน จึงจะเข้าสู่กระบวนการจำแนกแยกแดนต่อไป โดยเรือนจำมุ่งดูแลให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตของผู้ต้องขังตามหลักหลักสิทธิมนุษยชนภายใต้มาตรฐาน การปฏิบัติด้านการควบคุมผู้ต้องขัง (Standard Operating Procedures : SOPs) อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกิจกรรมภายในเรือนจำที่เหมาะสมกับผู้ต้องขัง และแดนที่เหมาะสมในการไปคุมขังตามระยะรับโทษ
นายยุทธนาเปิดเผยอีกว่า ส่วนเรื่องโรคประจำตัว (อาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ) ของนายยศวริศ พบว่ายังไม่มีความน่ากังวลผิดปกติ เนื่องจากเจ้าตัวมีประวัติการรักษาจากสถานพยาบาลภายนอกมาก่อนอยู่แล้ว ฉะนั้น เมื่อครบช่วงกักโรค 5 วัน หรือช่วงที่สามารถให้เยี่ยมญาติได้ เรือนจำก็จะได้ประสานให้ญาติของนายยศวริศไปดำเนินการขอประวัติการรักษาโรคจากสถานพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อเนื่องภายในเรือนจำ รวมถึงยารักษาโรคประจำตัว หากมีความจำเป็นต้องใช้ ญาติก็สามารถประสานกับทางสถานพยาบาลที่นายยศวริศเคยรับการรักษาเพื่อขอนำยามาให้ทางเรือนจำตรวจสอบก่อนพิจารณาอนุญาตนำเข้าไปให้นายยศวริศใช้ พร้อมยืนยันว่านายยศวริศปรับตัวใช้ชีวิตในเรือนจำได้ดี

