เปิดไทม์ไลน์ล่า แก๊งอุ้มฆ่าผจก.หนุ่ม ใครเป็นใคร ทำกันเป็นทีม ตั้งแต่ล็อกเป้ายันเผาอำพราง

6.03.26 | 13:52 น.

เปิดไทม์ไลน์ล่า แก๊งอุ้มฆ่าผจก.หนุ่ม ใครเป็นใคร ทำกันเป็นทีม ตั้งแต่ล็อกเป้ายันเผาอำพราง

เป็นอีกหนึ่งคดีอุกฉกรรจ์ในหน้าประวัติศาสตร์ของสังคมไทย ที่สะท้อนให้เห็นถึงการไม่เกรงกลัวกฎหมาย หลัง นายรุทธ์ หรือ ท็อป อายุ 46 ปี ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ หนุ่มอนาคตไกลกลายเป็นศพถูกเผาในห้องน้ำบ้านร้างที่ลพบุรี และยิ่งสะเทือนใจไปอีก หลังมีภาพวงจรปิดลานจอดรถบ่อตกกุ้ง ในกทม. ที่ปรากฎผมชาย 4 คนแต่งตัวมิดชิดอุ้มนายรุทธ์ยัดขึ้นรถไป และนั่นเป็นแรงขัดขืนสุดท้ายที่ได้เห็น

ก่อนล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 10 คน โดยมี 1 คนหนีไปได้อยู่ระหว่างล่าตัวมารับโทษ

อย่างไรก็ตาม บุคคลที่สำคัญในคดีมีดังนี้ นายรุทธ์ หรือ ท็อป ผู้เสียชีวิต ผู้จัดการบริษัทฯ ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ หรือ อาร์ท หัวหน้าทีมอุ้ม อยู่ระหว่างหลบหนี จีน่า สาวคนสนิทของผู้เสียชีวิต อดีตภรรยานายสรวีย์ นายสรวีย์ หรือ ตั้น เจ้าของบริษัทรับไกล่เกลี่ยคดีความ (ไม่ใช่ทนาย) ผู้บงการจ้างวานฆ่า น.ส.เบญญาภา เลขาฯสรวีย์ และผู้ร่วมวางแผน

ซึ่ง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยว่า คดีนี้ผู้ต้องหามีการแบ่งงานกันทำ และมีการเตรียมการมาแล้ว โดยมุ่งไปที่เป้าหมายมาตั้งแต่แรก มีการเช่าบ้านตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. และเฝ้าติดตามหลายวัน กระทั่งสบโอกาสลงมือในวันที่ 18 ก.พ.

Advertisement

มติชนออนไลน์ เรียบเรียงไทม์ไลน์คดีจ้างอุ้มฆ่า ผจก.หนุ่ม เป็นศพถูกเผาในบ้านร้าง ดังนี้

1. การแจ้งเหตุบุคคลสูญหาย
• วันที่ 18 ต่อเนื่องวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 00.00 น.
• พี่ชายและมารดาของผู้ตายเดินทางมาแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร ว่าผู้ตายหายตัวออกจากบ้าน

2. การสืบสวนติดตามตัวผู้ตาย
• หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ได้ออกติดตามหาผู้ตายทันที
• จากการตรวจสอบข้อมูลและกล้องวงจรปิดบริเวณที่พักผู้ตายในคอนโดย่านสุทธิสาร-วินิจฉัย
• พบว่าผู้ตายขับรถออกจากคอนโด แล้วรถยนต์ของผู้ตายถูกนำไปจอดไว้ที่บ่อตกกุ้ง ซอยรัชดาภิเษก 18

3. การตรวจพบรถผู้ตาย
• วันที่ 19 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 13.00 น.
• เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์ของผู้ตายที่บริเวณดังกล่าว จากการตามจากกล้องวงจรปิด

4. ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะก่อเหตุ
• จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดพบรถ
• พบว่าในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 06.20 น.
• มีกลุ่มคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ประมาณ 6 คน
• ใช้รถยนต์ Toyota Fortuner สีเทา และรถจักรยานยนต์
• ก่อเหตุอุ้มผู้ตายออกจากรถยนต์ Honda CR-V ของผู้ตาย

 

5. การติดตามรถที่ใช้ก่อเหตุ
• จากการตรวจสอบกล้อง พบรถยนต์ Fortuner สีเทา ทะเบียน กง 9293 สุพรรณบุรี เป็นรถที่ใช้ในการก่อเหตุ

6. การขยายผลจากรถที่ใช้ก่อเหตุ
• ตรวจสอบทะเบียนรถพบว่าเป็น “รถเช่า”
• เจ้าหน้าที่จึงขยายผลไปยังผู้เช่ารถ
• จนสามารถระบุตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุได้
• และนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาชุดแรก จำนวน 6 คน

7. การออกหมายจับชุดแรก
• หลังเที่ยงคืนของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569
• ศาลอนุมัติหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุชุดแรก

8. การจับกุมผู้ต้องหาชุดแรก
• วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 21 กุมภาพันธ์
• เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน ได้แก่ นายอั้ม (เผ่าทอง) นายวีรวิชญ์ หรือนายขวัญ

9. โครงสร้างกลุ่มผู้ก่อเหตุ
จากการสอบสวนผู้ต้องหาที่จับกุมได้ พบว่า
• กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็น การ์ดรับงาน
• บางส่วนมาจากจังหวัดภูเก็ต และบางส่วนอยู่ในกรุงเทพมหานคร
• โดยมี นายวีรวิชญ์ (นายขวัญ) เป็นหัวหน้ารับงาน

10. การขยายผลถึงผู้จ้างวานระดับแรก
• จากการสืบสวนต่อเนื่อง
• พบว่า นายภูเมธ เงินศรีชัย หรือ อาร์ท เป็นผู้ว่าจ้างให้กลุ่มการ์ดลงมือก่อเหตุ

11. การออกหมายจับนายอาร์ท
• เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน
• ศาลอนุมัติหมายจับนายอาร์ท
• ในช่วงเย็นของวันที่ 21 กุมภาพันธ์
หลักฐานสำคัญ คือ คำให้การของผู้ต้องหา ภาพกล้องวงจรปิดหลังเกิดเหตุ ภาพที่นายอาร์ทปรากฏตัวที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง

12. การหลบหนีของนายอาร์ท
• จากการสืบสวนพบว่า
• นายอาร์ทได้หลบหนีออกจาก Safe House ไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์

13. การจัดกำลังติดตามตัว
เจ้าหน้าที่แบ่งกำลังออกเป็น 2 ส่วน
1. ชุดติดตามไล่ล่าไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์
2. ชุดสืบสวนในกรุงเทพฯ ตรวจสอบ Safe House ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ

14. ผู้ต้องหาที่เหลือเข้ามอบตัว
• วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569
• ผู้ต้องหาที่เหลืออีก 5 คน เดินทางเข้ามอบตัวที่ สน.สุทธิสาร
ประกอบด้วย นายเป้ นายสันติ นายปอร์น นายแบ๊ค นายเจ

15. การควบคุมตัวผู้ต้องหา
• เจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหาทั้งหมดฝากขังต่อศาล
• ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว
• ถูกคุมขังที่เรือนจำ

16. แนวทางการสืบสวนต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการใน 2 แนวทางหลัก
1. รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเชื่อมโยงถึงผู้บงการตัวจริง
2.ติดตามค้นหาร่างผู้ตาย
โดยมีข้อสันนิษฐานว่า ผู้ต้องหาอาจนำศพไปซ่อนในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ หรือพื้นที่รอยต่ออำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี

17. การพบพยานหลักฐานสำคัญ
ระหว่างการสืบสวนในพื้นที่เพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายขับรถเข้าไปใน บ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ มีการนำจอบและเสียม ไปซุกซ่อนไว้ที่บ้านญาติ จึงเชื่อว่าคนร้ายมีการเตรียม อำพรางศพในพื้นที่ดังกล่าว

18. การพบศพผู้ตาย
• วันที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่พบศพผู้ตายที่บ้านร้างภายในฟาร์มแห่งหนึ่ง ในตำบลชัยนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
• ต่อมาผลตรวจพิสูจน์ยืนยันว่าเป็นผู้เสียหายในคดีนี้

19. การออกหมายจับผู้บงการ
• จากพยานหลักฐานทั้งหมด ในคืนวันที่ 5 มีนาคม 2569
• ศาลอนุมัติหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มอีก 2 ราย
ได้แก่
1. นายสรวีย์-ผู้จ้างวานสำคัญ
2. น.ส.เบญญาภา-เลขาฯ และผู้ร่วมวางแผน

20. การจับกุมผู้บงการ
• เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ในช่วงเช้ามืดวันที่ 6 มีนาคม 2569

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ ทั้งหมด 10 ราย ประกอบด้วย

  1. ว่าที่ร้อยตรีวีรวิชญ์ หรือขวัญ พิทักษ์ทรัพยากร อายุ 43 ปี อาชีพบอดี้การ์ด
  2. นายเผ่าทอง หรืออั้ม ทองวิไล อายุ 36 ปี
  3. นายอภิสิทธิ์ หรือปอร์น หนูงามเข็ม อายุ 25 ปี
  4. นายพงศ์สิษฐ์ หรือเป้ มลิพันธุ์ อายุ 30 ปี
  5. นายจักรพันธ์ หรือเจ สมเสร็จ อายุ 25 ปี
  6. นายบุญญพัฒน์ หรือสันติ ชุมนุม อายุ 25 ปี
  7. นายสิทธิโชค หรือแบ๊ค โชครัตนคีรี อายุ 29 ปี

โดยทั้ง 7 ราย เป็นทีมอุ้มเหยื่อ ถูกจับกุมตัวส่งศาลอาญาแล้ว

8. ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ หรืออาร์ท เงินศรีชัย อายุ 48 ปี (หัวหน้าทีมอุ้ม) ตำแหน่งประธานเครือข่ายความมั่นคง กทม. เขตพระโขนง (ชสท.กทม. เขตพระโขนง) และเป็นกรรมการ ศคร. ศสร. (ศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และโรงเรียนการกำลังสำรอง) อยู่ระหว่างตามตัวมารับโทษ
9. นายสรวีย์ หรือตั้น รัฐพิทักษ์ถิรดา (ผู้บงการ)
10. น.ส.เบญญาภา รัฐพิทักษ์