ป.ล่าเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ รวบ ‘ไต๋นู’ พร้อมพวก โยงคดีค้าไอซ์ 502 กก.กลางทะเลอันดามัน ตามไล่จับถึง 3 จังหวัด พบบทบาททั้งสั่งการ-การเงิน-ขนส่ง เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ
เมื่อวันที่ 13 เมษายน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธนวัตฒน์ หิ้นหยกฮิ้น ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.ธนิสร หุ้ยเวชศาสตร์ สว.กก.5 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 และตำรวจ กก.6 บก.รน. ร่วมจับกุมนายสุนทร หรือไต๋นู อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 698/2568 ในข้อหาร่วมกันผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน อันกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน สามารถจับกุมได้บริเวณริมทุ่งนา หมู่ 16 ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี
นอกจากนี้ ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายเดียวกันได้อีก 2 ราย ได้แก่ น.ส.อรทัย อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 701/2568 ข้อหาสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด จับกุมได้ในพื้นที่หมู่ 9 ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช และนายวรวุฒิ อายุ 31 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 703/2568 ข้อหาเดียวกัน จับกุมได้หน้าห้องเช่า หมู่ 7 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ก.ย.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.รน. ร่วมกับทัพเรือภาค 3 ศรชล.ภาค 3 และสำนักงาน ป.ป.ส.จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ บริเวณท่าเรือฉลอง อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้หลายราย พร้อมของกลางยาไอซ์ 502 กิโลกรัม และคีตามีน 600 กรัม
จากการสอบสวนขยายผลพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีนายสุนทร หรือไต๋นู เป็นผู้สั่งการหลัก โดยมอบหมายให้นายอภิชาติ หรือไต๋บัติ กัปตันเรืออิลิกเซอร์ จัดหายาไอซ์จากน่านน้ำ จ.ระนอง ก่อนลำเลียงกลับมายัง จ.ภูเก็ต เพื่อแพคยาเสพติด และเตรียมส่งต่อไปยัง จ.สตูล กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ในที่สุด

จากการสืบสวนยังพบว่า น.ส.อรทัย ทำหน้าที่ช่วยเหลือด้านธุรกรรมทางการเงิน โดยยินยอมให้ใช้บัญชีธนาคารและหมายเลขโทรศัพท์ในการติดต่อสั่งการ ขณะที่นายวรวุฒิ ทำหน้าที่จัดหาและขนส่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ยาเสพติด
เจ้าหน้าที่สามารถออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายเพิ่มเติมได้อีก 5 ราย และติดตามจับกุมได้แล้ว 3 รายดังกล่าว
เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



