บุกรวบ ไต๋นู พร้อมพวก เครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ โยงคดีค้าไอซ์ 502 กก.กลางทะเลอันดามัน

13.04.26 | 16:22 น.

ป.ล่าเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ รวบ ‘ไต๋นู’ พร้อมพวก โยงคดีค้าไอซ์ 502 กก.กลางทะเลอันดามัน ตามไล่จับถึง 3 จังหวัด พบบทบาททั้งสั่งการ-การเงิน-ขนส่ง เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ

เมื่อวันที่ 13 เมษายน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธนวัตฒน์ หิ้นหยกฮิ้น ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.ธนิสร หุ้ยเวชศาสตร์ สว.กก.5 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 และตำรวจ กก.6 บก.รน. ร่วมจับกุมนายสุนทร หรือไต๋นู อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 698/2568 ในข้อหาร่วมกันผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน อันกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน สามารถจับกุมได้บริเวณริมทุ่งนา หมู่ 16 ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี


นอกจากนี้ ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายเดียวกันได้อีก 2 ราย ได้แก่ น.ส.อรทัย อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 701/2568 ข้อหาสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด จับกุมได้ในพื้นที่หมู่ 9 ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช และนายวรวุฒิ อายุ 31 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 703/2568 ข้อหาเดียวกัน จับกุมได้หน้าห้องเช่า หมู่ 7 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ก.ย.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.รน. ร่วมกับทัพเรือภาค 3 ศรชล.ภาค 3 และสำนักงาน ป.ป.ส.จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ บริเวณท่าเรือฉลอง อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้หลายราย พร้อมของกลางยาไอซ์ 502 กิโลกรัม และคีตามีน 600 กรัม

Advertisement

จากการสอบสวนขยายผลพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีนายสุนทร หรือไต๋นู เป็นผู้สั่งการหลัก โดยมอบหมายให้นายอภิชาติ หรือไต๋บัติ กัปตันเรืออิลิกเซอร์ จัดหายาไอซ์จากน่านน้ำ จ.ระนอง ก่อนลำเลียงกลับมายัง จ.ภูเก็ต เพื่อแพคยาเสพติด และเตรียมส่งต่อไปยัง จ.สตูล กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ในที่สุด

จากการสืบสวนยังพบว่า น.ส.อรทัย ทำหน้าที่ช่วยเหลือด้านธุรกรรมทางการเงิน โดยยินยอมให้ใช้บัญชีธนาคารและหมายเลขโทรศัพท์ในการติดต่อสั่งการ ขณะที่นายวรวุฒิ ทำหน้าที่จัดหาและขนส่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ยาเสพติด

เจ้าหน้าที่สามารถออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายเพิ่มเติมได้อีก 5 ราย และติดตามจับกุมได้แล้ว 3 รายดังกล่าว

เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป