DSI จ่อออกหมายจับคดี Forex ล็อตแรก 30 ชื่อ มีภาวุธ-นักร้องดัง ชี้ 28 ล้านไม่ได้มาจากเทรดทอง 

13.07.26 | 12:31 น.
คดี Forex

DSI จ่อออกหมายจับคดี Forex ล็อตแรก 30 ชื่อ มีภาวุธ-นักร้องดัง ชี้ 28 ล้านไม่ได้มาจากเทรดทอง

 

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม จากกรณี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังก่อนหน้านี้เคยระบุว่ามีการสอบสวนผู้เสียหายไปถึง 100 ปาก และจะสรุปผลการสอบสวนก่อนปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 โดยล่าสุดยืนยันว่าวันนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ไปขอศาลออกหมายจับ จำนวน 30 หมาย ที่มีทั้งบุคคลและนิติบุคคล ซึ่ง 1 ใน 30 หมายจับ มีชื่อของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมอยู่ด้วย

แหล่งข่าวระดับสูงในกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ คดีซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้มีการสืบสวนสอบสวน ขยายผล และรวบรวมพยานหลักฐานหลายรายการที่ได้จากการตรวจยึด นำไปวิเคราะห์ตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ Hardware Wallet สินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และสกุล USDT เอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการดำเนินงานของเครือข่ายการลงทุน ซึ่งจากการขยายผลเส้นทางการเงินพบว่ามีกลุ่มบุคคลเกี่ยวข้องจำนวนมาก อาทิ กลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) , กลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ (Broker) , กลุ่มบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับ – ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งยังพบชื่อของนักการเมือง (นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ) ปรากฏหลักฐานการรับโอนเงินจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด จำนวน 28 ล้านบาท โดยรับโอนครั้งละ 2 ล้านบาท รวมจำนวน 14 ครั้ง ซึ่งเป็นการรับโอนเงินภายในวันเดียว (18 กรกฎาคม 2567)

ก่อนที่นายภาวุธ จะพยายามชี้แจงต่อสื่อมวลชนในช่วงที่ผ่านมาว่า เป็นเงินที่ได้มาจากการเทรดทองคำ และได้นำเอกสารหลักฐานบางส่วนเข้าชี้แจงกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในฐานะพยานไปเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 และนอกจากนี้ ยังพบชื่อของดารานักร้องชายชื่อดัง เกี่ยวข้องรับโอนเงินจากบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ซึ่งเป็นบริษัทที่มีผู้เสียหายกว่า 500 ราย ความเสียหายรวมพันล้านบาทได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ อย่างไรก็ดี ในช่วงของการสืบสวนสอบสวนที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนได้มีการขยายผลและสอบปากคำพยานผู้เสียหายอีกกว่า 300 ราย ถึงแผนประทุษกรรม การลงทุน มูลค่าความเสียหาย กระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดขอศาลอาญารัชดาภิเษก ออกหมายจับรวมทั้งสิ้น 30 หมาย แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ในฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ซึ่ง 1 ใน 30 หมายจับดังกล่าวมีชื่อของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ รวมอยู่ด้วย

แหล่งข่าวระดับสูงในกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยอีกว่า ส่วนพฤติการณ์ทางคดีที่ทำให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษรวบรวมหลักฐานเสนอศาลอาญาออกหมายจับทั้ง 30 หมายนั้น เนื่องด้วยปรากฏความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในเส้นทางการเงินระหว่างกัน ทั้งในกลุ่มของไอบี (IB) ผู้ชักชวนการลงทุน, กลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ (Broker) และกลุ่มบริษัทเพย์เมนท์ (Payment) และยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันอีกด้วย อีกทั้งพบว่ามีการชักชวน เชิญชวน แนะนำการลงทุนเทรดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ลงในอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นการเข้าถึงคนจำนวนมาก แต่มีลักษณะเป็นการหลอกลงทุน เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้น ไม่เป็นไปตามที่กล่าวอ้างไว้

ส่วนกรณีที่หลักฐานเส้นทางการเงินที่นายภาวุธ มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ไม่ได้มีเพียงจำนวนเงินที่ปรากฏตามหน้าข่าว 28 ล้านบาทเท่านั้น แต่คณะพนักงานสอบสวนยังพบหลักฐานอื่นเพิ่มเติมที่เป็นประจักษ์ยืนยันได้ว่า ไม่ใช่เพียงการรับเงิน 28 ล้านบาท ที่ได้มาจากการเทรดทองคำ จึงเป็นสาเหตุที่ต้องนำหลักฐานเสนอศาลขอออกหมายจับ และนอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาฐานความผิดอื่นเพิ่มเติมด้วย เช่น พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือแชร์ลูกโซ่ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 เป็นต้น ซึ่งหากพบพยานหลักฐานอันเป็นการกระทำความผิด ก็สามารถพิจารณาดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐานได้ เพื่อให้ครอบคลุมการกระทำความผิดที่ตรวจพบ

Advertisement