คืบโหลมะขามเปียกซุกไอซ์ สอบหนุ่มเจ้าของบัญชีรับโอนค่าหิ้วไปญี่ปุ่น ไม่พบเกี่ยวข้องพัสดุ ตร.ขอศาลอนุมัติหมายจับอีก 4 ราย รวมแฟนสาวชาวเวียดนามของเจ้าของบัญชี
จากกรณี สาวทำอาชีพรับหิ้วของไปญี่ปุ่น ได้ถูกว่าจ้างให้หิ้วของจากไทยไปญี่ปุ่น โดยผู้ว่าจ้างได้ให้ไรเดอร์มาส่งที่คอนโด ต่อมาหญิงรายดังกล่าวเกิดเอะใจ จึงให้ตำรวจตรวจสอบ ก่อนพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในโหลมะขามเปียก ก่อนต่อมาตำรวจมีการจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ 1 ราย คือ นายสมพงษ์ อายุ 50 ปี ชาวจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารรับโอนเงินค่าหิ้วของ ในข้อหา มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยไปจับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่ง ถนนรังสิตนครนายก ตำบลบึงสนั่น อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ก่อนควบคุมตัวไปสอบปากคำที่ สน.บางยี่ขัน ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น
คืบหน้าล่าสุด วันที่ 17 กรกฎาคม ที่ สน.บางยี่ขัน มีรายงานทางการสอบสวนว่า นายสมพงษ์ให้การว่า ได้คบหากับแฟนสาวชาวเวียดนาม มานานกว่า 1 ปี ขณะนี้แฟนสาวอยู่ในประเทศเวียดนาม แจ้งว่าจะกลับมาเดือนสิงหาคม ก่อนหน้านี้ตนเคยให้แฟนสาวนำบัญชีธนาคารของตนไปใช้ทำธุรกรรมเพื่อความสะดวก เนื่องจากแฟนสาวเป็นต่างชาติ ไม่รู้ว่าแฟนสาวเอาไปทำธุรกรรมอะไรบ้าง
ยังมีรายงานอีกว่า จากการสืบสวนขยายผล ยังไม่พบว่านายสมพงษ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งพัสดุซุกซ่อนยาเสพติดดังกล่าวแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม พบว่าแก๊งนี้มีคนบงการหลักเป็นชาวเวียดนามที่ร่วมมือกับคนไทย เชื่อว่าเคยใช้วิธีซุกซ่อนยาเสพติดส่งให้ผู้รับจ้างหิ้วของไปต่างประเทศสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง จึงย่ามใจก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง อย่างกรณีนี้ที่ซุกไอซ์ในมะขามเปียกรายนี้ ผู้หิ้วได้รับค่าจ้าหิ้ว 6,736 บาท โดยมีการโอนเต็มจำนวนให้กับผู้รับหิ้ว ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ
ล่าสุด พนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ได้ขอศาลอนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องอีก 4 คน เป็นชาวไทย 3 คน และชาวเวียดนาม 1 คน แต่จากข้อมูลคาดว่าน่าจะมีผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ประมาณ 15 คน
ต่อมา เวลา 12.00 น. น้องชายของนายสมพงษ์ได้เดินทางมาเยี่ยมนายสมพงษ์ ที่ สน.บางยี่ขัน โดยเล่ากับทีมข่าวว่า รู้สึกตกใจที่นายสมพงษ์ถูกจับกุมในคดียาเสพติด เพราะเชื่อมั่นว่านายสมพงษ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ายาเสพติด เพราะนายสมพงษ์ทำงานอยู่ที่หน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง โดยเงินเดือนที่ได้ก็ไม่พอใช้ ชักหน้าไม่ถึงหลัง โทรศัพท์มาขอให้ช่วยโอนเงินให้อยู่บ่อยครั้ง ครั้งละ 50 บาทบ้าง 100 บาทบ้าง ถ้ามีส่วนร่วมกับขบวนการค้ายาเสพติดคงจะมีเงินมากพอที่จะใช้จ่ายคงไม่ต้องมาขอเงินกับตนเอง
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างนายสมพงษ์กับหญิงเวียดนามที่เป็นแฟนกันนั้น ทราบแค่เพียงว่าไปพบเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร จากนั้นก็คบหากันแต่ไม่ได้อยู่กินกัน ซึ่งก็ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางหญิงชาวเวียดนามดังกล่าวแต่อย่างใด เรื่องบัญชีเงินฝากธนาคารก็ไม่เคยทราบข้อมูลว่านายสมพงษ์ได้ให้ผู้หญิงชาวเวียดนามไปใช้ทำธุรกรรม
อย่างไรก็ตาม ฝากตำรวจให้ทำคดีด้วยความเป็นธรรม เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของนายสมพงษ์ ส่วนตนเองก็พยายามจะช่วยเหลือทางคดี ต่อสู้พิสูจน์ความจริงต่อไป




