สำนักงานอัยการภาค 9 จัดสัมมนาบูรณาการขับเคลื่อนงานด้านคดีความมั่นคงของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้อง
นายโกวิท ศรีไพโรจน์ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อบูรณาการการขับเคลื่อนงานด้านคดีความมั่นคงของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้อง ซึ่งสำนักงานอัยการภาค 9 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 27 สิงหาคม 2569 โดยมีนายสรพงค์ ศรียานงค์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี ณ โรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่25 สิงหาคม

นายโกวิท กล่าวว่า สถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน ขบวนการผู้ก่อเหตุยังคงมีการดัดแปลงยุทธวิธีและรูปแบบการสร้างสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้การแสวงหาและรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่รัฐมีความท้าทายมากขึ้น สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน คือ การบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมและโปร่งใสตามหลักนิติธรรม ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้องขาดการประสานงานหรือทำงานแยกส่วนกัน
การจัดสัมมนาในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีและเป็นนิมิตหมายที่สำคัญยิ่ง เพราะเป็นการรวมตัวกันขององคาพยพที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม ทั้ง กอ.รมน. พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่สืบสวน หน่วยงานคุ้มครองพยาน ตลอดจนพนักงานอัยการ ซึ่งจะได้มาร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง วิธีคิด เพื่อให้เห็นภาพข้อบกพร่องหรือข้อจำกัดในอดีต เพื่อนำมาปรับปรุงให้การทำสำนวนคดีมีความละเอียดรอบคอบและมีประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำในชั้นศาล โดยตลอดระยะเวลา 3 วันนี้ ทุกคนจะร่วมมือกันขับเคลื่อน เชื่อมต่อภารกิจ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เหนียวแน่น เพื่อเสริมสร้างและรักษามาตรฐานกระบวนการยุติธรรมในคดีความมั่นคงให้เป็นที่ยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ด้าน นางสาวอภิพร จันทพันธ์ อธิบดีอัยการภาค 9 กล่าวว่า ลักษณะงานคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความแตกต่างจากคดีอาญาทั่วไปโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะในมิติรูปแบบพยานหลักฐานที่มีความซับซ้อนและจำเป็นต้องอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายพิเศษเฉพาะในพื้นที่เข้ามาประกอบกัน สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมชั้นสุดท้ายก่อนฟ้องคดี ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบสำนวนและทำหน้าที่เป็นโจทก์ฟ้องคดีต่อศาล ตระหนักว่าความสำเร็จในการดำเนินคดีและการอำนวยความยุติธรรมอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพนั้น ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องมีองค์ความรู้ที่ทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบันและแนวโน้มสถานการณ์ในภายภาคหน้า รูปแบบและยุทธวิธีของขบวนการผู้ก่อเหตุหรือกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ กฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทบทวนปัญหาอุปสรรคในการดำเนินคดีความมั่นคงร่วมกัน เพื่อให้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและทำงานประสานสอดคล้องกันอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 ภาค 9 จึงได้จัดให้มีการสัมมนาในครั้งนี้ขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยบังคับใช้กฎหมายในสังกัด กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า, ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส, เจ้าหน้าที่สำนักงานคุ้มครองพยาน และข้าราชการฝ่ายอัยการในสังกัดสำนักงานอัยการภาค 9 ซึ่งปฏิบัติงานคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมรวม 136 คน และได้รับเกียรติจากรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้แทนกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมสังเกตการณ์


