ล้วงคองูเห่า! รวบโจรแสบ อ้างเป็นตำรวจ สั่งไรเดอร์ลักทรัพย์ สน.มักกะสัน
เมื่อวันที่28 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน พ.ต.ท.ศักดิพัฒน์ ไชยสาร รรท.รองผกก.สส.สน.มักกะสัน พ.ต.ท.จาตุรงค์ ติดนนท์ สว.สส.สน.มักกะสัน ร.ต.อ.โชติอนันต์ วงษ์อามาตย์ รอง สว.สส.สน.มักกะสัน พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน ร่วมกันจับกุมตัวนายไทยรัฐ มโนธรรม อายุ 29 ปี ชาวจ.ลพบุรี ผู้ต้องหาคดี ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์โดยกระทำในสถานที่ราชการ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมหรือรับของโจร
พร้อมด้วยของกลาง1.เข็มขัดยุทธวิธี 1 เส้น2. เข็มขัดรัดขา 1 เส้น 3. เพจโหลดต่ำ 1 อัน 4. กุญแจมือพร้อมซอง 1 คู่ 5. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Nubia 1 เครื่อง6. ชุดกระเป๋าพยาบาล จำนวน 1 ใบ7. ซองใส่แม็กกาซีน 1 อัน8. เสื้อเกราะกันกระสุน 1 ตัว 9. สายรัดห้ามเลือด 1 เส้น10. วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง 11. ไฟฉายยี่ห้อวูฟ 1 อัน12. ถุงมือ 1 คู่ 13. ไม้แขวนเสื้อ จำนวน 1 อัน 14. ซองใส่ดิ้ว จำนวน 1 ซอง 15. กระเป๋ายี่ห้อ Bogie สีดำ 1 ใบ16. รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน กฉ7403 สิงห์บุรี โดยจับกุมตัวได้ริมถนนหน้ามินิบิ๊กซีท่าข้าม ต.โพสังโฆ อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 – 17 ส.ค. เจ้าหน้าที่สายตรวจสน.มักกะสัน ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.มักกะสัน ว่ามีทรัพย์สินหลายรายการได้ถูกประทุษร้ายไปบริเวณห้องปฏิบัติการสายตรวจและห้องธุรการฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.มักกะสัน แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณ สน.มักกะสัน พบว่าเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. วันที่ 14 ส.ค. ได้มีไรเดอร์รับจ้างผ่านแอพพ์ขี่รถจยย. ฮอนด้าเวฟ สีแดงเข้ามาบริเวณที่เกิดเหตุและได้นำทรัพย์สินดังกล่าวออกไป จากนั้นได้นำไปใส่ถุงพลาสติกสีดำและนำไปส่งมอบให้กับผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างผ่านแอพพ์ บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์รามคำแหง แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ
จากนั้นรถยนต์รับจ้างคันดังกล่าวได้นำสิ่งของที่ได้รับมอบนำไปส่งที่สถานีรถไฟดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ต่อมาได้มีรถจยย.รับจ้างผ่านแอพพ์อีกรายมารับสิ่งของที่อยู่ในถุงพลาสติกสีดำดังกล่าวนำไปส่งพัสดุใส่กล่องที่บริเวณสถานีรถไฟรังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยมีปลายทางการส่งไปที่สถานีรถไฟลพบุรี ต.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงได้ติดตามสืบสวนหาข่าวและข้อมูลจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบสถานีปลายทางดังกล่าวทราบว่าเมื่อวันที่ 14 ส.ค. เวลาประมาณ 17.22 น.มีรถเก๋งฮอนด้า สีดำ ทะเบียน กฉ7403 สิงห์บุรี ขับขี่เข้ามาบริเวณสถานีรถไฟลพบุรีและได้มีชายไทยไม่ทราบชื่อ รูปร่างผอมสูง สีผิวดำแดง สูงประมาณ 170 ซ.ม. สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีเข้ม กางเกงขายาวสีเข้ม รองเท้าแตะ เดินเข้ามาติดต่อรับพัสดุดังกล่าวในเวลาประมาณ 17.32 น.แล้วยกพัสดุในกล่องขึ้นรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน กฉ7403 สิงห์บุรี ขับหลบหนีไป

จากนั้นจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบและได้ติดตามรถยนต์คันดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ 27 ส.ค. เวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้พบรถเก๋งคันดังกล่าวจอดอยู่ริมถนนหน้ามินิบิ๊กซีท่าข้าม ต.โพสังโฆ อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี มีนายไทยรัฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี เป็นผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว กำลังจะลงจากรถเจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมตัว พร้อมทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบว่าเป็นของกลางที่ได้ถูกประทุษร้ายไปจาก สน.มักกะสัน ทั้งหมด 15 รายการ วางอยู่ในรถและกระโปรงท้าย จึงยึดไว้เป็นของกลาง
จาการสอบสวนนายไทยรัฐ ให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุตนได้เรียกไรเดอร์ผ่านแอพพ์ ซึ่งตนได้แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน สั่งให้ไรเดอร์เข้าไปเอาสิ่งของที่อยู่ภายในที่เกิดเหตุดังกล่าวออกไปและได้สั่งการให้ไรเดอร์ดังกล่าวนำสิ่งทั้งหมดใส่ถุงพลาสติกสีดำนำไปส่งมอบให้กับไรเดอร์ที่รับจ้างผ่านแอพพ์อีกราย ซึ่งตนได้เรียกรถรับจ้างไว้รอรับสิ่งของบริเวณสถานีแอร์พอร์ตลิงก์รามคำแหง
จากนั้น ได้ให้ไรเดอร์คันดังกล่าวนำสิ่งของไปส่งที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าดอนเมืองโดยจะมีผู้มารับอีกต่อหนึ่งและได้โอนเงินค่าจ้างผ่านแอพพ์ธนาคารกสิกรฯชื่อบัญชีนายบุญลือ ขำเดช ที่ตนถืออยู่ ให้ไรเดอร์จำนวน 184 บาท ต่อมาตนได้เรียกรถจยย.รับจ้างผ่านแอพพ์ต่ออีกคันเพื่อมารอรับสิ่งของดังกล่าวไปส่งพัสดุที่สถานีรถไฟรังสิตและได้ให้ส่งสิ่งของดังกล่าวเป็นพัสดุไปยังสถานีรถไฟลพบุรี และได้โอนค่าจ้างให้ไรเดอร์ที่ทำการส่งพัสดุดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 320 บาท
ต่อมาตนได้ขับรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน กฉ7403 สิงห์บุรี พาเพื่อนชื่อนายบิว (นามสมมติ) มาติดต่อรับเอาพัสดุดังกล่าวบริเวณสถานีรถไฟลพบุรีและได้ขับหลบหนีไป กระทั่งมาถูกจับพร้อมของกลาง ส่วนสาเหตุที่ทำเพราะติดการพนันออนไลน์ วิธีการคือ จะหลอกจยย.รับจ้างผ่านแอพพ์ให้ไปรับสิ่งของในพื้นที่ต่างๆ โดยจะอ้างตัวสร้างโปรไฟล์เป็นตำรวจท้องที่นั้นๆ แล้วให้จยย.รับจ้างผ่านแอพพ์ออกเงินไปก่อน ซึ่งตนจะส่งคิวอาร์โค้ดของเวปพนันที่ตนผูกบัญชีไว้ เพื่อสร้างเครดิตในการเล่นครั้งต่อไป ส่วนของกลางที่ได้ไปจากสน.มักกะสัน ยังไม่รู้ว่าจะเอาไปขายที่ไหน จึงยังเก็บไว้ในรถ
จากการตรวจสอบประวัติการเรียกจยย.ผ่านแอพพ์พบมีผู้เสียหายถูกหลอกกว่า 20 คน ที่ถูกหลอกให้โอนเงินเข้าในบัญชีเว็บพนัน หากใครสงสัยให้มาดูตัวผู้ต้องหาได้ที่สน.มักกะสัน





