DSI จ่อออกหมายเรียก นักธุรกิจยิว คดีนอมินีที่ดินพัทยา เงินหมุนเวียนทรัพย์สินหมื่นล้าน

8.09.26 | 15:01 น.

ดีเอสไอขยายผลเครือข่ายนอมินีต่างด้าวพัทยา เตรียมประชุมออกหมายเรียกนักธุรกิจชาวอิสราเอลและคนไทยรับทราบข้อหา เลี่ยง พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พบมูลค่าอสังหาฯ และทรัพย์สินเครือข่ายยิวทั่วประเทศสะพัดกว่าหมื่นล้านบาท


เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569 นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 135/2569 เปิดเผยความคืบหน้ากรณีนำกำลังเข้าตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยชาวอิสราเอล ใช้นอมินีถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว ในพื้นที่ อ.บางละมุง และเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา

นายอังศุเกติ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานและเอกสารสำคัญที่ยึดมาได้จากบริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด กับพวก พบพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยมีชาวอิสราเอลประกอบธุรกิจในไทยผ่าน “นิติกรรมอำพราง” แม้บางบริษัทจะใส่ชื่อตัวเองเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้น แต่ในทางปฏิบัตินั้นใช้นอมินีคนไทยซึ่งไม่ได้เป็นผู้ลงทุนจริง ถือครองอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินจำนวนมากแทนตนเอง

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามูลค่าอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินที่เครือข่ายชาวอิสราเอล ครอบครองอยู่ทั่วประเทศไทย มีมูลค่าสูงถึง หลักหมื่นล้านบาท ซึ่งนำเงินมาซื้อที่ดิน ประกอบธุรกิจหลากหลายประเภท รวมถึงใช้ดูแลชาวอิสราเอลและทหารผ่านศึกที่เดินทางเข้ามาพักอาศัย เนื่องจากมองว่าประเทศไทยมีความปลอดภัยและสงบ โดยมีทั้งกลุ่มที่เข้ามาพักผ่อนจริง และกลุ่มที่มีเป้าหมายต้องการเปลี่ยนเป็นสัญชาติไทย

Advertisement

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง นายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ นักธุรกิจชาวอิสราเอลรายใหญ่ในภาคตะวันออก กับ แรบไบ โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์ นั้น เบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยงในการทำธุรกรรมโดยตรง แต่เชื่อว่ารู้จักกันผ่านเครือข่าย “ยิวสมาคมแห่งประเทศไทย”  ทั้งนี้ ทางดีเอสไอ ยังไม่พบว่า “โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์” กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ต่างด้าวฯ แต่กำลังรวบรวมหลักฐานว่าภายหลังได้รับสัญชาติไทย มีการกระทำผิดเกิดขึ้นหรือไม่ หากพบหลักฐานจะเสนอ อธิบดีดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษแยกสำนวนอีกคดีหนึ่ง

รายงานข่าวจากดีเอสไอ ระบุว่า ขณะนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเตรียมนัดประชุมเพื่อพิจารณาออกหมายเรียกผู้ต้องหากลุ่มแรก ทั้งนักธุรกิจชาวอิสราเอลและนอมินีคนไทย ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (มาตรา 36, 37 และ 41) พร้อมเร่งสอบปากคำพยานเพิ่มเติม เนื่องจากรายการทรัพย์สินและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนายไมมอนใน จ.ชลบุรี มีจำนวนมาก