บิ๊กราญแถลงนครบาลจับยาไอซ์ 640 โล มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท สั่งบูรณาการจุดตรวจจุดสกัดยาทะลักอีสานส่งนอกประเทศ
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.กทม. พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 พ.ต.ท.อัครเดช พรมโพธิ์ พ.ต.ท.ภราดร เชิดชูล้ำตระกูล พ.ต.ท.ธวัชชัย โป๊ะโดย รอง ผกก.สส.บก.น.7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7 แถลงจับกุมนายธเนศ ภูติพงศ์สุภัค อายุ 52 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ทั้งหมด 400 กก. บริเวณตลาดนางรำบางเสาธง ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ต่อเนื่อง บ้านพัก ย่านประชาอุทิศ 90 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 9 ก.ย.69 เวลา 13.00 น.ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7 ร่วมกับ ปปส.กทม. ได้ทำการขยายผลจากการที่เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.9 จับกุมยาไอซ์ 205 กก. เมื่อวันที่ 14 ส.ค.69 ที่ผ่านมา พบข้อมูลของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดมีพฤติกรรมส่งยาเสพติดผ่านขนส่ง กระจายยาเสพติดให้กับลูกค้าพื้นที่ภาคใต้ โดยพบว่ายาเสพติดดังกล่าวมีคนร้าย นำกล่องพัสดุภายในบรรจุยาเสพติดดังกล่าวมาส่งที่บริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สืบสวนหาข่าว และเฝ้าติดตามพฤติกรรม และพบว่ามีการเรียกรถขนส่งเข้าไปรับพัสดุที่บ้านผู้ต้องหา
กระทั่งวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่ากลุ่มเป้าหมายได้รับยาเสพติดมาเก็บซุกซ่อนไว้ภายในบ้านหลังดังกล่าว เพื่อรอที่จะส่งให้กับลูกค้า ชุดจับกุมเฝ้าดูพฤติกรรมของกลุ่มผู้ต้องหาพบว่ากลุ่มเป้าหมายได้เรียกรถขนส่ง เข้ามาที่บ้านของตนเอง
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามรถขนส่งคันดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดหนึ่งได้ติดตามผู้ต้องหา ขับรถยนต์ออกจากบ้านไปหลังจากส่งกล่องพัสดุให้รถขนส่งเสร็จ เมื่อติดตามรถขนส่งถึงปั๊มน้ำมันย่านระราม 2 (ขาออก) เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร จึงได้ทำการแสดงตัวขอตรวจสอบพัสดุที่อยู่ในรถพบยาเสพติด 300 กก. สอบถามผู้ขับรถให้การว่าพัสดุทั้งหมด รับมาจากผู้ต้องหาที่พักอาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าว โดยได้รับการว่าจ้างผ่านทางผู้หางานโดยไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดและนัดหมายให้มาสถานที่ดังกล่าว โดยมีผู้ต้องหาเป็นผู้ประสานและนำกล่องพัสดุใส่รถโดยแจ้งว่าเป็นอะไหล่และอุปกรณ์รถจักรยานยนต์ ผู้ต้องหาเป็นผู้นำกล่องพัสดุที่บรรจุยาเสพติดส่งขึ้นรถขนส่งจริงเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวมาที่บ้านของผู้ต้องหา เข้าตรวจค้นภายในบ้านผลการตรวจค้นพบยาเสพติดของกลางยาไอซ์อีก 100 กก. รับค่าจ้าง 200,000 บาท ก่อนหน้านี้เคยถูกดำเนินคดีจำหน่ายยาเสพติดจำคุกมา 7 ปี
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า ได้กระทำความผิดฐาน ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ก่อนจะนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
อีกคดี พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส. พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส. ร.ต.อ.รติภัทร แก้วสมบุญ รอง สว.กก.ดส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส.บช.น. ได้ร่วมกันจับกุมนายวิวัฒน์ หรือเต้ย เศรษฐวงศ์ อายุ 39 ปี ทำหน้าที่ขับรถบรรทุกยาเสพติด น.ส.พิมลพรรณ หรือฟ้า ลาอินทร์ อายุ 30 ปี ทำหน้าที่ขับรถนำทางเพื่ออำนวยความสะดวกในการลำเลียงยาเสพติด พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 240 กก. คีตามีน 20 กก. รถยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง บริเวณภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. จิฟฟี่ อยุธยา – เอเชีย ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
ต่อมา ชุดสืบสวนกก.ดส. จับกุมได้ทำการสืบสวนติดตามพฤติกรรมของเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่สุขสวัสดิ์ – ทุ่งครุ กรุงเทพฯ จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาจะไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ที่จังหวัดลพบุรี และจะนำยาเสพติดมาเก็บรักษาไว้ที่บ้านพัก ภายในซอยสุขสวัสดิ์ กรุงเทพฯกระทั่งวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม พบว่า ผู้ต้องหาทั้งสอง ขับรถยนต์ของกลางมาจอดภายในสถานีบริการน้ำมัน ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงแสดงตัวเข้าทำการตรวจค้น
ผลการตรวจค้นพบ ยาเสพติดอยู่ภายในรถยนต์คันที่นายวิวัฒน์ขับมา จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับว่า พวกตนขับรถไปรับยาเสพติดของกลาง มาจากจ.ลพบุรี เพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้กับลูกค้าทั่วไปตามคำสั่งของหัวหน้า ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง โดยจะได้รับค่าจ้างในการทำงานครั้งนี้ เป็นเงิน 100,000 บาท และพวกตนกำลังลำเลียงยาเสพติดของกลาง เพื่อนำไปเก็บรักษาที่บ้านพักภายในซอยสุขสวัสดิ์ กรุงเทพฯ และภายในบ้านพักฯ หลังดังกล่าว ยังมียาเสพติดเก็บซุกซ่อนไว้อยู่

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงเข้าทำการตรวจค้นภายในบ้านพักฯ หลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ วัตถุออกฤทธิ์ให้โทษประเภท 2 (คีตามีน) ของกลาง จำนวน 20 ถุง น้ำหนักรวมถุงประมาณ 20 กก. อยู่ภายในห้องนอนของผู้ต้องหาทั้งสอง เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และ ทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้านพล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ยอดจับกุมยาเสพติด เฉพาะวันที่ 9-11 ก.ย. รวมยาไอซ์ 640 กก. ปริมาณจับได้ เป็นร่วมมือกันระหว่าง ป.ป.ส., บช.ปส. ขยายผลเข้ามา พอสกัดกั้นได้เยอะทำให้สามารถจับกุมได้ จากข้อมูลขยายผลพบว่า มีออเดอร์ต้องส่งออกยาเสพติดจากต่างประเทศ ใช้พื้นที่ของเราเป็นทางผ่าน ถ้าออเดอร์ข้างนอกไม่จบยังมีความพยายามในการลักลอบขนยาเสพติดประเด็นที่ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่มีการดำเนินการจับกุมผู้เสพผู้ค้ารายย่อยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคายาเสพติดแพงขึ้นมีการเล็ดรอดมา จึงทำแผนตรวจสอบส่วนใหญ่เข้ามาผ่านทางภาคอีสาน จึงสั่งการให้เสริมกำลังจุดตรวจจุดสกัด ประสานงานทั้งข้อมูลการข่าว ระหว่างหน่วยงานที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่สยปกครอง ให้ ป.ป.ส. เป็นเจ้าภาพดำเนินการดังกล่าว
ทั้งนี้ หากมีผู้เสพผู้ค้ารายย่อย มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง 1599 ซึ่งเป็นสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ 1386 สายด่วน ป.ป.ส. เพื่อทำลายความต้องการยาเสพติดในประเทศของเราให้ได้ก่อน ส่วนยาเสพติดภายนอกจะประสานความร่วมมือ ซึ่งในวันที่ 18 ก.ย. นี้เดินทางประเทศมาเลเซียบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดนอกประเทศต่อไป




