เบนซ์ ลูก แม่ภัทร หอบหลักฐาน ดำเนินคดีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โต้ เงินในตู้เซฟมีไม่ถึง 9 ล้าน

29.10.26 | 12:42 น.

‘เบนซ์’ ลูก ‘แม่ภัทร’ โต้หนังคนละม้วน! หอบหลักฐานร้องกองปราบฯ ดำเนินคดีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ปมฉ้อโกง-หลอกเป็นสถานพยาบาล

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ตุลาคม ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายเฉลิมฤทธิ์ จินดาวรรณ อายุ 40 ปี หรือ “เบนซ์” พร้อมด้วย น.ส.นวภัสร์ ภูสุนาทัน หรือ “ทนายลูกเกด” และ นายณัฐพล พรหมเลิศ ที่ปรึกษากฎหมาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อร้องเรียนและแจ้งความดำเนินคดีกับ “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโสธรชัยเนอร์สซิ่งโฮม” อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

ด้านนายณัฐพล เปิดเผยว่า ศูนย์ดังกล่าวมักแอบอ้างว่ามีแพทย์และพยาบาลคอยดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง แต่แท้จริงเป็นเพียง Nursing Home ที่ไม่มีแพทย์ประจำ อีกทั้งยังมีการส่งภาพและคลิปแจ้งว่าแม่ภัทรมีความเป็นอยู่สบายดีเพื่อเรียกเก็บเงิน ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง ขณะนี้มีผู้เสียหายจากศูนย์ดังกล่าวยอดรวมกว่า 30-40 รายติดต่อเข้ามาผ่านเพจทนายลูกเกดเพื่อเตรียมรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี


ด้าน นายเฉลิมฤทธิ์ หรือ “เบนซ์” เปิดเผยสยบข่าวลือว่า ตนไม่ได้หนีไปต่างประเทศตามกระแสข่าว และได้เดินทางไปรับแม่ภัทรออกจากศูนย์ด้วยตัวเองพร้อมกับน้องสาวของแม่ ยืนยันว่าก่อนนำแม่ไปเข้าศูนย์ ตนไม่ได้ไปดูสถานที่จริงเพราะอยู่ไกล แต่พยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แม่โดยจองเป็นห้องแอร์เดี่ยว ส่วนภาพกรงขังที่ปรากฏในสื่อ ยืนยันว่าตนไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่เคยนำแม่ไปขังในกรงตามที่ถูกกล่าวหา ตนก็ตกเป็นผู้เสียหายที่ถูกทางศูนย์ปิดบังข้อมูลเช่นกัน

ส่วนประเด็นตู้เซฟและทรัพย์สินของแม่ภัทรที่ระบุว่าสูญหายเกือบทั้งหมดมูลค่ากว่า 9 ล้านบาทนั้น เบนซ์ยืนยันหนักแน่นว่า “ตนไม่เคยนำทรัพย์สินของแม่ออกไปแม้แต่บาทเดียวหรือชิ้นเดียว” และการย้ายตู้เซฟเนื่องจากน้องสาวจะปล่อยบ้านหลังดังกล่าวให้เช่า จึงขอร้องให้ตนช่วยย้ายเซฟออกไปเก็บไว้ที่อื่น ซึ่งตนมีหลักฐานยืนยัน ซึ่งจากที่เคยเห็นตอนเปิดเซฟพร้อมน้องสาว มูลค่าไม่ได้สูงถึง 9 ล้านบาท และไม่ได้มีทองคำแท่งจำนวนมากตามที่กล่าวอ้าง มีเพียงทองรับขวัญหลานเท่านั้น

Advertisement

เบนซ์ ยอมรับว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบให้ตนเครียดอย่างหนักจนเกิดอาการแพนิก ต้องไปพบแพทย์และทานยาประคองอาการ ส่วนสาเหตุที่ออกมาชี้แจงช้าเพราะต้องใช้เวลารวบรวมเอกสารจากหน่วยงานราชการ พร้อมระบุว่าเพิ่งได้โทรศัพท์คุยกับแม่เรื่องการไกล่เกลี่ยเมื่อวานนี้ ตนอยากให้กลับมาคุยกันภายในครอบครัวหลังบ้านมากกว่าการออกสื่อ

“ทั้งชีวิต คุณแม่ก็น่าจะรู้ เวลาคุณแม่ทำอะไรเสี่ยงๆ ผมก็เป็นคนรับแทนในหลายๆ เรื่อง แม้แต่ตัวโรงงานที่คุณแม่พูด คุณแม่น่าจะรู้อยู่แล้วนะครับว่าคุณแม่กำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ แล้วก็ไม่อยากให้โดนคนอื่นหลอกครับ” เบนซ์ กล่าว

ขณะที่ น.ส.นวภัสร์ หรือ ทนายลูกเกด เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีกลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 ราย ทั้งอดีตลูกจ้าง ซัพพลายเออร์ และช่างรับเหมา ติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลว่า เคยถูกบุคคลคนหนึ่งใช้เทคนิคทางกฎหมาย แจ้งความหรือฟ้องร้องในข้อหาต่างๆ เช่น ข้อหาลักทรัพย์ หรือปิดบ้านไม่ให้เข้า เพื่อให้ตนเองบรรลุวัตถุประสงค์บางอย่าง โดยผู้เสียหายระบุว่า เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเบนซ์ผู้เป็นลูก จึงกล้าออกมาให้ข้อมูลเพราะมองว่า “ขนาดคนเป็นลูก เขายังทำได้ แล้วคนอื่นจะเป็นอย่างไร” ซึ่งตนมีหลักฐานทั้งภาพ คลิป และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์เตรียมนำมาแถลงชี้แจงต่อไป