ตม.1 ตรวจเข้ม ก่อนต่อวีซ่า รวบผู้ต้องหา จีน-อินเดีย คาเคาน์เตอร์

6.11.26 | 18:25 น.

ตม.1 ตรวจเข้ม ก่อนต่อวีซ่า รวบผู้ต้องหา จีน-อินเดีย คาเคาน์เตอร์

ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ที่ได้สั่งการกำชับและมอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบหลักในมิติด้านความมั่นคง และการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะความผิดที่เกี่ยวกับคนเข้าเมืองและชาวต่างชาติ

ภายใต้การอำนวยการและกำกับดูแลของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม.
ซึ่งได้สั่งการให้เดินหน้าภารกิจรักษาความมั่นคงของประเทศตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมุ่งยกระดับมาตรการปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย รวมถึงบุคคลไม่พึงประสงค์ที่หลุดรอดเข้ามาในประเทศไทย


พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี, พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ก้องชาติ เลี้ยงสมทรัพย์ ผบก.ตม.1 จึงสั่งการให้

กก.สืบสวน บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ร่วม กก.1 บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.อ.ปฏิญญา จีรชนาสิน รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.จิระประภาพ สุทธปรีดา ผกก.1 บก.ตม.1 และกก.2 บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.อ.ณัฐพันธ์ เศรษฐบุตร ผกก.2 บก.ตม.1

จัดทีมสืบสวนเงา “ทำงานมั่นคงเชิงรุก” สอดส่องคนต่างด้าวที่ไม่พึงประสงค์ ตรวจสอบเข้มตั้งแต่ยื่นเอกสารขอต่อวีซ่า ให้เป็นไปตามเงื่อนไขต่างๆ สังเกตความผิดปกติ และเช็กข้อมูลภูมิหลัง “ใช้ข้อมูลนำการปฏิบัติ“ ตัดเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ สกัดต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่ดีที่แฝงตัวเข้ามาขอวีซ่าเพื่ออยู่ปะปนในประเทศไทย

Advertisement

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน มีผลการปฏิบัติ ดังนี้

1. Mr.Jiang (นามสมมติ) สัญชาติ จีน อายุ 28 ปี ซึ่งพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับประเทศจีนในข้อหา “ฉ้อโกง” มูลค่าหลายสิบล้านบาท ในขณะเจ้าตัวเดินทางมายื่นเอกสารขอต่อวีซ่าที่เคาน์เตอร์รับบริการ เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ตม.1 ได้ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดทุกเคส จนมาสะดุดตากับเอกสารของผู้ต้องหารายนี้ จึงประสานเจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน บก.ตม.1 มาจับมือ รุมขุดคุ้ยสืบสวนข้อมูล จนกระทั่งพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับคดีฉ้อโกงจากประเทศจีน แฝงตัวเข้ามาเนียนขออยู่ในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย

จึงไม่ต่อวีซ่าให้ใหม่ ตัดวันที่เหลือในวีซ่าเดิม ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ถูกจับคาเคาเตอร์ เจ้าตัว Mr.Jiang (นามสมมติ) ถึงกับทรุดเข่าอ่อน คิดไม่ถึงว่า บก.ตม.1 จะมีมาตรฐานการบริการและการสืบสวนได้อย่างรวดเร็วและเป็นสากลขนาดนี้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

2. Mr.Samban (นามสมมติ) สัญชาติอินเดีย อายุ 40 ปี ซึ่งพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับในข้อหา “ฉ้อโกง” ก่อเหตุนับครั้งไม่ถ้วนในพื้นที่ จ.ชลบุรี ขณะเจ้าตัวเดินทางมาเพื่อจะขอต่อวีซ่า เจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน บก.ตม.1 สังเกตว่ามีคนต่างด้าวที่มีลักษณะ criminal man ตามทฤษฎีของ Cesare Lombroso จึงสงสัยว่าบุคคลดังกล่าวน่าจะต้องเคยกระทำความผิดตามกฎหมายสักประการ จึงได้แอบติดตามไปว่า Mr.Samban (นามสมมติ) ไปติดต่อเคาน์เตอร์บริการคนเข้าเมืองช่องใด จากนั้นได้ประสานกับเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์บริการ ของ กก.2 บก.ตม.1 ร่วมกันตรวจสอบข้อมูลของ Mr.Samban (นามสมมติ) และพบว่าจริงดังสงสัย Mr.Samban (นามสมมติ) เป็นบุคคลที่ถูกออกหมายจับในข้อหา“ฉ้อโกง” ในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา จริง พฤติกรรมมีการคิด วางแผน เพื่อแฝงตัวและหลบซ่อนในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย ตรงกับที่วิเคราะห์ตามหลัก Criminal Profiling จริง จึงรีบติดตามไปรวบตัวได้ที่ร้านสะดวกซื้อ ภายในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ขณะยื่นช้อปปิ้งเลือกซื้อครีมบำรุงผิวไปฝากสาวอยู่อย่างสบายใจ

สอบถามให้การยอมรับว่าตนเคยมีพฤติการณ์คบหากับหญิงชาวไทย และทยอยหลอกขอเงิน โดยหลอกให้รักและชวนร่วมลงทุนด้วยกัน แต่ไม่ได้นำไปลงทุนจริง (Romance Scam) มูลค่าความเสียหายประมาณ 5 ล้านบาท จึงควบคุมตัวส่ง สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ไปวัดใจต่อในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นศาล

พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมที่จะกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ เดินหน้าปกป้องความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง