ประธานศาลอุทธรณ์ ชี้ ปชช. ฟ้องตรง กกต.-แสวง ต่อศาลอาญาทุจริตได้ หากปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

6.11.26 | 18:05 น.

ประธานศาลอุทธรณ์ ชี้ ปชช. ฟ้องตรง กกต.-แสวง ต่อศาลอาญาทุจริตได้ หากปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน จากกรณีที่ นายพงศกรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และผู้สมัคร สว. สำรองกลุ่ม 2 ยื่นฟ้อง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมคณะกรรมการ กกต. รวม 8 คน ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ 1018/2569 ในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 โดยมีชนวนเหตุมาจากข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการลงมติ 4 ต่อ 3 ของ กกต. ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและดำเนินคดีกรณีการทุจริตหรือฮั้วเลือกตั้ง สว.

ต่อมา ฝ่ายจำเลย (กกต.) ได้ยื่นคำร้องโต้แย้งเรื่องเขตอำนาจศาล โดยเห็นว่าผู้ถูกฟ้องคดีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และเป็นการกล่าวหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย การพิจารณาจึงอาจมิได้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมทั่วไป แต่อาจอยู่ในเขตอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ส่งผลให้ศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำสั่งให้รอการพิจารณาคดีไว้ชั่วคราว พร้อมส่งสำนวนและประเด็นข้อโต้แย้งดังกล่าวไปให้ประธานศาลอุทธรณ์พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามขั้นตอนกฎหมาย


ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ได้เผยแพร่คำสั่งศาล พร้อมอธิบายว่า “กกต. Minus zero ประธานศาลอุทธรณ์ท่านใหม่ มีคำวินิจฉัยในวันนี้ 6 พฤศจิกายน 2569 ที่ วท. 27/2569 ระบุว่า กกต. 7 คน และ เลขาธิการ กกต. ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หากมีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เช่น ในกรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตาม พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว. ประชาชนทุกคนย่อมเป็นผู้เสียหาย มีอำนาจฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยถือว่า คดีนี้ อยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ตอนต่อไป กกต. Minus one”

Advertisement