เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมสารนิเทศ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจัดเวทีจุฬาฯ เสวนา ครั้งที่ 14 เรื่อง “วิเคราะห์ปรากฏการณ์ถ้ำหลวงจากหลากมิติ” เพื่อนำเสนอองค์ความรู้จากนักวิชาการและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อถอดบทเรียนจากการช่วยชีวิตผู้ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวม 13 ชีวิต ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน
วิทยากรผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ผศ.ดร.สมบัติ อยู่เมือง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภูมิสารนสนเทศเพื่อประเทศไทย ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ, รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และผศ.พิจิตรา สึคาโมโต้ หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ดำเนินรายการโดย อ.ดร.เจษฎา ศาลาทอง ภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
(อ่านข่าว จุฬาฯ ถกปม ‘ถ้ำหลวง’ วิเคราะห์ปรากฏการณ์หลากมิติ ถอดบทเรียนช่วย 13 ชีวิต ชี้เพิ่งผ่านมาครึ่งทาง)
ในตอนหนึ่ง รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า จากที่เคยคุยกับเพื่อนที่แพทย์ ทุกคนมีความหวัง และคิดว่าผู้ประสบภัยที่อยู่ในถ้ำก็มีความหวังเช่นกัน ดังนั้น ต้องย้อนมาดูว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพื่อถอดบทเรียน ตอนนี้เพิ่งผ่านมาเพียงแค่ครึ่งทางเท่านั้น จึงอยากให้คิดหาวิธีพาน้องๆ ทั้ง 13 คน ออกมาจากถ้ำด้วยวิธีอื่น ที่ไม่ใช่การดำน้ำพาน้องออกมา ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากเกินไป อยากให้หน่วยซีลที่ปฏิบัติงานอยู่ในถ้ำ ช่วยสำรวจบริเวณนั้นอีกแรงหนึ่ง เพื่อเป็นการ ช่วยเพิ่มช่องทางในการลำเลียงทั้ง 13 คน ออกมาได้อย่างปลอดภัย
“ในส่วนของร่างทรง สะท้อนให้เห็นว่า ในช่วงแรกยังไม่มีการจัดการไม่ดีพอ กรณีนี้ถือเป็นกรณีตัวอย่างในเรื่องของการปิดพื้นที่ไม่ให้คนนอกเข้าไปก่อกวน ของประเทศไทยรู้สึกว่าจะมีการจัดการช้าได้ช้าไปหน่อย เพราะร่างทรงที่เข้ามาได้พูดบั่นทอนจิตใจของทั้งญาติและประชาชนเหล่านั้นไปแล้ว ครั้งต่อไปจึงอยากขอให้มีมาตราการจัดการพื้นที่เกิดเหตุให้ดีกว่านี้ อีกสิ่งหนึ่งที่อยากให้สื่อได้นำเสนอ ในเรื่องของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน หลายกระแสบอกว่าจะส่งข้าวเหนียวหมู หรือบางแหล่งบอกว่าจะส่งอาหารอวกาศเข้าไปให้ทั้ง 13 คน ทาน แต่รู้หรือไม่ว่า หากทำเช่นนั้น จะทำให้เกิดอาการถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย แต่เนื่องจากได้มีผู้เชี่ยวชาญได้เข้าไปช่วยเหลือทั้ง 13 คน โดยการปรับสมดุลร่างกาย ด้วยการให้น้ำเกลือก่อน ถึงจะค่อยๆ ให้กินอาหารอ่อนๆ เพื่อเป็นการปรับสมดุลในร่างการ จึงทำให้พวกเขาเริ่มมีอาการที่ดีขึ้น” รศ.ดร.เจษฎากล่าว

