หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (121) 成语故事 (一百二十一)

28.07.18 | 13:09 น.
(ที่มาภาพ http://image.baidu.com/search)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 对症下药/對症下藥/對證下藥 Duì zhènɡ xià yào (ตุ้ย เจิ้ง เซี่ยะ เหย้า) โดย คำว่า 对/對 duì (ตุ้ย) เป็นคำบุพบท มีหลักการใช้ดังนี้ 对/對+กรรม+ คำกริยา หรือภาคแสดง จะใช้สื่อความหมายถึงสิ่งที่จะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่กล่าวถึง 症/證zhènɡ (เจิ้ง) มาจากคำว่า 症状/證壯Zhènɡzhuànɡ (เจิ้งจว้าง) แปลว่าอาการ 下药/下藥xiàyào (เซียะเหย้า) แปลว่าสั่งยา เขียนใบสั่งยา รวมแล้วแปลได้ว่า เขียนใบสั่งยาตามอาการ การรักษาให้ถูกจุด ใช้สื่อไปในทางยามเกิดปัญหา หรือยามเกิดอุปสรรคใดๆ ขึ้นมา เราต้องหาทางแก้ไขปัญหานั้นอย่างถูกจุด ถูกต้อง จึงจะแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จีนยุคสามก๊ก 三国/三國/Sān Guó (ซานกั๋ว) แม้จะดูวุ่นวายที่มีแต่การยกทัพจับศึก เข่นฆ่ากันไม่หยุดหย่อน แต่อีกด้านก็เป็นยุคที่พัฒนาในหลายด้านไปพร้อมกัน หนึ่งในนั้นคือ การแพทย์ เพราะการศึกสงครามก็ย่อมจะมีคนบาดเจ็บมากมาย การรักษาต้องใช้แพทย์ผู้เก่งกาจมากเช่นกัน นับเป็นยุคการแพทย์ที่เจริญรุ่งเรืองไปด้วยเช่นกัน แพทย์ผู้เก่งกาจนั้นคือฮัวโต๋华陀/華 Huà Tuó ฮฺว่า ถัว หรือเรียกว่าหมอฮัวโต๋ตามสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง ตั้งแต่เป็นเด็กหนุ่มฮัวโต๋ก็มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นหมอที่ดี เขาจึงตั้งหน้าตั้งตาร่ำเรียนวิชาการแพทย์ตามสำนักแพทย์ต่างๆ และอ่านตำราการแพทย์มากมาย เมื่อฝึกฝนการรักษาจนเก่งแล้ว จึงเริ่มรักษาผู้คน ด้วยความตั้งใจวินิจฉัยและรักษาอาการของคนไข้ ทำให้คนไข้หายจากอาการเจ็บป่วยได้อย่างรวดเร็ว ชื่อเสียงของเขาจึงโด่งดังมากขึ้นทุกวัน ต่อมาเขาก็รวมรวบความรู้ในการรักษาเพื่อเขียนเป็นตำราการแพทย์ฉบับของตนเอง และเดินทางไปรักษาผู้ป่วยทุกหนแห่ง ฮัวโต๋สามารถผ่าตัดรักษาผู้ป่วยจนถึงคิดค้นยาชาเพื่อใช้ผ่าตัดด้วย การค้นพบของเขานี้เป็นคุณูปการต่อมนุษยชาติ จึงมีเรื่องเล่ามากมายเป็นต้นว่า ครั้งหนึ่งมีชายหนุ่มสองคนมาหาหมอฮัวโต๋ ทั้งสองคนมีอาการปวดหัว ตัวร้อน ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนกัน หมอฮัวโต๋ตรวจดูอาการแล้ว ได้เขียนใบสั่งยาให้ไปคนละแผ่น เมื่อทั้งสองคนดูใบสั่งยาแล้ว ก็สงสัยจึงถามหมอว่า เราสองคนมีอาการป่วยเหมือนกัน แต่ทำไมท่านกลับเขียนใบสั่งยาให้ไม่เหมือนกัน หรือว่าท่านเขียนผิด หมอฮัวโต๋จึงตอบว่า อาการป่วยของทั้งสองคนแม้ดูผิวเผินจะเหมือนกัน แต่สาเหตุของการเกิดโรคไม่ได้มาจากสาเหตุเดียวกัน ทั้งถามต่อว่า ก่อนจะป่วยนี้ พวกท่านไปทำอะไรมา ชายคนที่หนึ่งตอบว่า ไปงานกินเลี้ยง หลังกลับมาบ้านก็รู้สึกไม่สบาย ส่วนอีกคนตอบว่า เมื่อคืนรู้สึกร้อน จึงนอนโดยห่มผ้าน้อยไป หมอฮัวโต๋จึงพูดสรุปว่า คนแรกเป็นไข้เพราะอาหารเป็นพิษ ก็ต้องรักษาอาการแพ้อาหาร ส่วนอีกคนแพ้อากาศ เพราะโดนลมเย็น จึงต้องรักษาอาการไข้หวัด เช่นนี้แล้ว จะให้เขียนใบสั่งยาเหมือนกันได้อย่างไร ทั้งสองรู้สึกทึ่งในการวินิจฉัยโรคของท่าน หลังนำใบสั่งยาไปซื้อยามาทำกินตามแล้ว
ทั้งสองคนก็หายป่วย ด้วยเหตุการณ์นี้ ผู้คนจึงพูดต่อๆ กันมาว่า หมอฮัวโต๋รักษาไข้ตามเหตุแห่งการเจ็บป่วย 对症下药/對證下藥Duì zhènɡ xià yào (ตุ้ย เจิ้ง เซี่ยะ เหย้า) ต่อมากลายเป็นคำที่ใช้ว่า การแก้ปัญหาต่างๆให้ตรงจุดนั่นเอง

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:当面对某些问题时,要采取有效的措施。

成語比喻:當面對某些問題時,要采取有效的措施。

Advertisement

Chénɡyǔ bǐyù:Dānɡ miàn duì mǒuxiē wèntí shí, yào cǎiqǔ yǒuxiào de cuòshī.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: ตัง เมี่ยน ตุ้ย โหม่วเซีย เวิ่นถี ฉือ, เหย้า ไฉฉวี่ โหย่วเซี่ยว เตอะ ชั่วฌือ.

สุภาษิตเปรียบว่า ยามต้องเผชิญกับปัญหาบางอย่าง ให้ใช้วิธีการที่มีประสิทธิภาพ

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

当我们遇到困难,只要找准症结,对症下药,就一定可以将它解决。

當我們遇到困難,只要找準癥結,對證下藥,就壹定可以將它解決。

Dānɡ wǒmen yù dào kùnnán, zhǐyào zhǎo zhǔn zhènɡjié, duì zhènɡ xiàyào, jiù yīdìnɡ kěyǐ jiānɡ tā jiějué.

ตัง หวั่วเมิน ยวี่ เต้า คุ่นหนาน, จื่อเหย้า จ๋าว จุ่น เจิ้งเจี๋ย, ตุ้ย เจิ้ง เซี่ยะเหย้า จิ้ว อี๋ติ้ง เขออี่ เจียง ทา เจี่ยเจฺว๋

เมื่อเราเจอปัญหา เราจะต้องหาสาเหตุอาการที่ถูกต้อง ใช้ยาที่ถูกต้อง ก็จะสามารถแก้ปัญหานั้นได้

ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง