หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เช็กปฏิกิริยา...

เช็กปฏิกิริยาอธิการฯ ‘ใครทิ้ง-ใครเกาะ’ เก้าอี้เหนียวแน่น!

24.09.18 | 04:19 น.

หลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษากรณีมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)กาญจนบุรีว่าอธิการบดี/รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการ จะอายุเกิน 60 ปีไม่ได้

เป็นที่มาที่นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาหารือร่วมกับนายกสภาและอุปนายกสภามหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการ 58 สถาบันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2561 เพื่อหาทางออกว่าจะแก้ไขปัญหาอธิการบดี/รักษาการอธิการบดีที่มาจากผู้เกษียณหรืออายุเกิน 60 ปี ที่สภาแต่งตั้งอย่างไร

ได้ข้อสรุป 3 แนวทางเสนอนพ.ธีระเกียรติ คือ 1.คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ผูกพันเฉพาะกรณีมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)กาญจนบุรีที่มีปัญหาอธิการบดีที่อายุเกิน 60 ปี และยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน จึงไม่สามารถเป็นเกณฑ์กลางได้ 2.กรณีที่เกิดขึ้นกับมรภ.กาญจนบุรี จะไม่ผูกพันกับหน่วยงานมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบ และ3.กรณีที่เกิดขึ้นเป็นหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยไปหาวิธีการแก้ไขปัญหากันเอง ทั้งนี้หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติสภามรภ.กาญจนบุรี ที่แต่งตั้งนายปัญญา การพานิช ซึ่งมีอายุเกิน 60 ปี รักษาการแทนอธิการบดี มรภ.กาญจนบุรี โดยศาลวินิจฉัยว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

หลังได้รับรายงาน 3 แนวทางดังกล่าว นพ.ธีระเกียรติ เลือกที่จะโยนให้สภามหาวิทยาลัยเป็นฝ่ายแก้ไขปัญหาเองโดยให้ยึดคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเป็นบรรทัดฐานที่ว่าอธิการบดี/รักษาการอธิการบดีจะอายุเกิน 60 ปีไม่ได้

ส่งผลให้เกิดกระแสจากอธิการบดี/รักษาการอธิการบดี ตลอดจนผู้บริหารมหาวิทยาลัยในรูปแบบต่างๆ มีทั้งที่ยอมลุกเก้าอี้และยืนยันที่จะไม่ลาออก

Advertisement

เริ่มจากผู้ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งในทันทีเพื่อแสดงสปิริตว่าปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดมี มี 4 ท่าน ได้แก่

1.ผศ.ปัญญา คามีศักดิ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง (มร.มจ.) อายุเกิน 60 ปี

2.รศ.ดร.ชูศักดิ์ เอกเพชร รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) อายุ 67 ปี ประกาศว่าจะลาออกจากตำแหน่งในการประชุมสภามรส.เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2561

“สภา มรภ.สุราษฎร์ธานีแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรักษาการอธิการบดีมรส.เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2560 โดยอธิการบดีตัวจริงอยู่ระหว่างรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ผมจะยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการในการประชุมสภา มรภ.สุราษฎร์ธานีในวันที่ 18 กันยายน 2561 การลาออกจึงเป็นการแสดงสปิริตในฐานะผู้นำที่จะแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าผมไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่ รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยกันบริหารงานมหาวิทยาลัย”

อย่างไรก็ตามในส่วนของผศ.ดร.ณรงค์ พุทธิชีวิน ว่าที่อธิการบดีมรส.ตัวจริงก็อยู่ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ

3.ผศ.ดร.สุรศักดิ์ ศรีกระจ่าง ผู้ช่วยอธิการบดีมรภ.ศรีสะเกษ อายุเกิน 60 ปี

4.นายประสิทธิ์ คะเลรัมย์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มรภ.สกลนคร อายุ 61 ปี ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ ในการประชุมสภาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2561 ได้รับเสียงชื่นชมจากกรรมการสภาถึงความมีสปิริตเพราะนายประสิทธิ์ ยังเหลือวาระการดำรงตำแหน่งอีก 3 ปีหรือจะครบวาระ 4 ปีในเดือนเมษายน 2564

นอกจากนี้ ในส่วนของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(สพบ./นิด้า) (รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีนิด้า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งอธิการบดีซึ่งจะมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กันยายน 2561 ที่ลาออก เพราะจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2561 และมีความต้องการต่ออายุราชการอีก 5 ปี เพื่อทำวิจัยและสอนหนังสือ ซึ่งตามระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) กำหนดไม่ให้ผู้ที่ต่ออายุราชการรับตำแหน่งทางบริหาร ขณะที่เหลือวาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดีอีกเพียง 7 เดือนเท่านั้น หากครบกำหนดก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งต่อได้ เพราะเป็นอธิการบดีนิด้ามาแล้ว 2 วาระ ยืนยันที่ลาออกไม่เกี่ยวกับประเด็นปัญหาอธิการบดีจากผู้เกษียณ

ส่วนอธิการบดี/รักษาการอธิการบดีที่ไม่ลาออกจากตำแหน่ง ได้แก่

1.ผศ. ดร. วิโรจน์  ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.อีสาน) ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) ระบุว่า กลุ่มมทร.ทั้ง 9 แห่ง ไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ และไม่ได้ถือเป็นสาระ ส่วนตัวจะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2561 ส่วนจะเป็นอธิการบดีต่อหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับสภารวมถึงรอแนวทางการดำเนินการที่ชัดเจนจากรัฐมนตรีว่าการศธ. ซึ่งไม่ใช่เรื่องของสปิริตว่าจะให้ลาออกหรือไม่ลาออก แต่เป็นเรื่องที่ต้องมีแนวทางดำเนินการที่ชัดเจน

2.รศ.ดร.นิรุต ถึงนาค อายุ 65 ปี อธิการบดีมรภ.มหาสารคาม กล่าวว่า จะไม่ลาออกจากตำแหน่งอธิการบดีมรภ.มหาสารคาม เพราะเกรงว่าจะระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทเพราะตำแหน่งอธิการบดีเป็นตำแหน่งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

3. ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า อายุ 71 ปี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)อุตรดิตถ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็น ขอรอดูการตัดสินใจเลือกวิธีการแก้ปัญหาของรัฐมนตรีว่าการศธ.ก่อน เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความสับสน ไม่อยากให้ต่างคนต่างคิดเพราะผลกระทบค่อนข้างมาก ไม่ใช่แค่กลุ่มมรภ. แต่ยังมี มทร. และมหาวิทยาลัยรัฐอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งถ้ารัฐมนตรีว่าการศธ.ตัดสินใจเลือกทางใด เชื่อว่าทุกมหาวิทยาลัยจะต้องปฏิบัติตาม

อย่างไรก็ตามในส่วนของมรภ.อุตรดิตถ์ จะมีการประชุมสภาวันที่ 27 กันยายนนี้ โดยมีข่าวว่าสภาจะประชุมพิจารณามติที่ประชุมสภาเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 ที่มีมติให้ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมรภ.อุตรดิตถ์ โดยนายชัชพล เกษวิริยะกิจ กรรมการสภา เคยออกมาให้ข่าวว่ากรรมการสภาที่มาจากตัวแทนคณาจารย์ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิส่วนใหญ่มีความเห็นว่าควรยึดตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ทั้งนี้ส่งผลให้ปัจจุบันมีกระแสข่าวว่าผศ.ดร.เรืองเดช ไม่กล้าเซ็นหนังสือราชการรวมถึงไม่กล้ามอบให้รองอธิการบดีด้วยเพราะถ้าต้องพ้นจากตำแหน่งก็จะมีผลให้รองอธิการบดีไปพร้อมกัน ฉะนั้นผศ.ดร.เรืองเดชร จึงต้องการรอความชัดเจนจากมติที่ประชุมสภาก่อน

4.ผศ.ไวกูณฑ์ ทองอร่าม อายุ 67 ปี อธิการบดีมรภ.รำไพพรรณี กล่าวว่า อายุไม่ใช่อุปสรรคในการบริหารงาน สภามีสิทธิเลือกผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถ และได้รับการยอมรับจากองค์กร ไม่ควรนำเรื่องอายุมาเป็นข้อจำกัด เช่นต่างประเทศยังมีผู้บริหารที่มีอายุเกิน 60 ปีสามารถเข้ามาบริหารได้ เเม้ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติสภามรภ.กาญจนบุรี ความเห็นตนไม่มีบรรทัดฐานและเกณฑ์กลางที่กำหนดอย่างจริงจัง และการจะแก้ไขคำสั่งคสช.ที่ 37/2560 ให้ชัดว่าผู้ที่อายุเกิน 60 ปีเป็นอธิการบดีได้หรือไม่ ตนคิดว่าไม่ใช่ทางออกในการแก้ไขปัญหา อีกทั้งยังมีคดีลักษณะนี้อีกหลายคดีที่รอการพิจารณาจากศาลปกครองอยู่ ดังนั้นสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ไม่ควรรีบดำเนินการอะไร จนกว่าจะมีคำพิพากษาจากศาลออกมาครบทุกคดี หรือมีข้อปฏิบัติ และกฎหมายที่ชัดเจนมากกว่านี้ ส่วนจะเเสดงสปิริตลาออกหรือไม่นั้น ตนขอทำหน้าที่ของตนต่อไปจนกว่าจะมีข้อปฏิบัติ และกฎหมายที่ชัดเจนจึงจะทำตาม

5.ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ อายุ 76 ปี อธิการบดีมรภ.อุดรธานี กล่าว่า หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาออกมา ตนได้สำรวจตรวจสอบตัวเองว่าเข้าไปอยู่ในเกณฑ์เงื่อนไขหรือไม่ เห็นว่าเป็นเฉพาะกรณีของมรภ.กาญจนบุรี ส่วนตำแหน่งตน ก่อนมีการเสนอทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯ ได้มีคำสั่งคสช.ที่ 37/2560 มาปลดล็อก ทั้งนี้ขณะเป็นอธิการบดี มรภ.สุรินทร์ ได้ประมาณ 1 ปีเศษ ได้รับการทาบทามจากสภาฯมรภ.อุดรธานี ให้เข้ารับการสรรหาเป็นอธิการบดี มรภ.อุดรธานี เมื่อตอบตกลง ก็ลาออกจากมรภ.สุรินทร์ มาเข้าสู่กระบวนการสรรหา จากนั้นสภาส่งให้สกอ.ตรวจสอบ กระทั่งมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งลงมา ก็จะขอปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีมรภ.อุดรธานี ต่อไปให้ถึงเป้าหมายที่สัญญาไว้ หากสภามีความเห็นเป็นอื่น ซึ่งจะมีการประชุมในปลายกันยายนนี้ หรือจะมีคำสั่งอื่นลงมา ก็น้อมรับด้วยความเต็มใจ

6.รศ.ดร.ประพันธ์ ธรรมไชย อายุ 69 ปี รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เชียงใหม่ เผยว่า ระเบียบของสภาไม่ได้กำหนดอายุของอธิการบดี หากสภาสรรหาหรือแต่งตั้งแล้ว ถือเป็นความชอบธรรม เพราะมีระเบียบรองรับไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ให้ดำรงตำแหน่งไม่เกิน 2 วาระ วาระละ 4 ปี รวมเป็น 8 ปี เท่านั้น ซึ่งสภาไม่ได้มีอำนาจแก้ระเบียบหรือกฎหมายดังกล่าว หากต้องการให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดีที่มีอายุเกิน 60 ปีลาออก ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด กระทรวงศึกษาธิการ อาจแก้กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องตามคำพิพากษาดังกล่าว เพื่อไม่ให้การบริหารมหาวิทยาลัยสะดุด

ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีอธิการบดี/รักษาการอธิการบดีรายใดลาออกจากตำแหน่งเพิ่มเติมอีกบ้าง แต่ปลายเดือนกันยายน จะมีการประชุมสภามรภ.อุดรธานีและการประชุมสภามรภ.อุตรดิตถ์ รวมถึงมรภ.ร้อยเอ็ด ที่จะมีการประชุมสภาวันที่ 28 กันยายน 2561 ซึ่งส่อว่าจะมีการชี้ขาดประเด็นอธิการบดีจากผู้เกษียณ ซึ่งต้องลุ้นกันว่าผลประชุมจะออกหัวหรือออกก้อย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เบื้องหลัง ‘มีชัย’ ทิ้งเก้าอี้ ‘นายกสภามรภ.พระนคร ‘ไพฑูรย์’ ไขก๊อกอุปนายกสภาราชภัฏสารคาม
เปิดรายชื่อ ‘อธิการบดีจากผู้เกษียณ’ 21 สถาบัน ลุ้นอีก 11 สถาบันเข้าข่าย ‘หลุด-ไม่หลุด’ เก้าอี้อธิการ