คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ได้พิพากษากรณีมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)กาญจนบุรี ว่าอธิการบดี/รักษาการอธิการบดีที่เป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการจะมีอายุเกิน 60 ปีไม่ได้
กำลังส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมในแวดวงสถาบันอุดมศึกษา ด้วยว่าที่ผ่านมามีการต่อสู้ฟาดฟันในประเด็นว่าอธิการบดีมาจากผู้เกษียณได้หรือไม่ มากว่า 10 ปีแล้ว และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองก็อีกหลายคดี
โดยในส่วนของมหาวิทยาลัยที่ได้พิจารณาคดีดังกล่าวยุติไปแล้ว ประกอบด้วย
1.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)อีสาน : ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 ให้ยืนตามคำตัดสินของศาลปกครองชั้นต้น ที่ให้เพิกถอนคำสั่งสภา มทร.อีสาน ที่แต่งตั้ง นายวินิจ โชติสว่าง ซึ่งอายุเกิน 60 ปี ดำรงตำแหน่งรักษาการอธิการบดี โดยศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่มีสถานภาพเป็นข้าราชการหรือพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา
2.มทร.ศรีวิชัย :ศาลปกครองชั้นต้นได้เคยพิพากษากรณีของมทร.ศรีวิชัย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 โดยให้เพิกถอนคำสั่งสภามทร. ศรีวิชัย ที่แต่งตั้งนายประชีพ ชูพันธ์ ซึ่งอายุเกิน 60 ปี ดำรงตำแหน่งรักษาการอธิการบดี โดยศาลวินิจฉัยว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะรักษาการอธิการบดีต้องเป็นข้าราชการพลเรือนหรือพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา หรือต้องไม่เกิน 60 ปี อย่างไรก็ตามในชั้นศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งให้จำหน่ายคดี เนื่องจากนายประชีพ ได้ลาออกจากตำแหน่งรักษาการอธิการบดีก่อน
อย่างไรก็ตามในเคสของมทร.ทั้ง 2 แห่งเนื่องจากผู้ฟ้องฟ้องประเด็นอื่นพ่วงด้วย ทำให้ฝ่ายที่เสนอแต่งตั้งอธิการบดี/รักษาการอธิการบดี ไม่ยอมรับกับเรื่องอธิการบดีมาจากผู้ที่อายุเกิน 60 ไม่ได้ โดยอ้างว่าศาลปกครองสั่งเพิกถอนมติแต่งตั้ง ก็ด้วยประเด็นอื่นเป็นหลักมากกว่า
3.มรภ.กาญจนบุรี : ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 โดยกลับคำศาลปกครองชั้นต้นที่ให้ยกฟ้อง โดยศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยให้เพิกถอนอธิการบดีจากผู้เกษียณ ซึ่งสรุปใจความได้ว่า แม้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 37/2560 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา ในข้อ 2 ที่กำหนดให้ “สถาบันอุดมศึกษามีอำนาจแต่งตั้งบุคคลใดที่มิได้เป็นข้าราชพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาหรือเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา มาดำรงตำแหน่งอธิการบดีได้” แต่คำสั่ง คสช.ไม่ได้ยกเว้นเรื่องคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามในเรื่องอายุ ด้วยระบุว่า “คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ยังต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(ก.พ.อ.)และกฎหมายจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษานั้นๆ” คำสั่งคสช. จึงเป็นเพียงการรองรับให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา/พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา สามารถเป็นอธิการบดีได้เท่านั้น แต่คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ยังต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(ก.พ.อ.)และกฎหมายจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษานั้นๆ และแม้พ.ร.บ.มรภ.และพ.ร.บ.ก.พ.อ.ไม่ได้กำหนดคุณสมบัติเรื่องอายุไว้ชัดเจน แต่พ.ร.บ.ก.พ.อ.กำหนดเรื่องข้าราชการพลเรือน/พนักงานในสถาบันอุดมศึกษาต้องออก/พ้นจากราชการในกรณีใดบ้าง จึงโยงไปยังพ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องอายุไว้ว่าข้าราชการ/พนักงานในสถาบันอุดมศึกษาที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้วเป็นอันพ้นจากราชการ จึงถือว่าคุณสมบัติเรื่องอายุที่ต้องไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ เป็นคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการบดีและรักษาการอธิการบดี ที่จำเป็นต้องมี
นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง ประกอบด้วย
1.มรภ.บุรีรัมย์ : ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติสภาเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 ที่แต่งตั้งอธิการบดีจากผู้เกษียณ(รศ.มาลิณี จุโฑปะมา ปัจจุบันรักษาการอธิการบดี อายุ 66 ปี) ต่อมาสภาอุทธรณ์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด (**ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพากษาก่อนที่รัฐบาลจะออกคำสั่ง คสช.ที่ 37/2560**)
2.มรภ.เทพสตรี : ศาลปกครองชั้นต้นยกฟ้อง โดยยกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 37/2560 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา ข้อ 2 ที่กำหนดว่า สถาบันอุดมศึกษามีอํานาจแต่งตั้งบุคคลใดที่มิได้เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาหรือเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษามาดํารงตําแหน่งอธิการบดีและผู้บริหารอื่นๆ ได้ มาใช้ในการหักล้างคำฟ้อง แต่ผู้ฟ้องได้อุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด
3.มรภ.ธนบุรี : ศาลปกครองชั้นต้นยกฟ้อง โดยยกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 37/2560 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา ข้อ 2 ที่กำหนดว่า สถาบันอุดมศึกษามีอํานาจแต่งตั้งบุคคลใดที่มิได้เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาหรือเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษามาดํารงตําแหน่งอธิการบดีและผู้บริหารอื่นๆ ได้ มาใช้ในการหักล้างคำฟ้อง แต่ผู้ฟ้องได้อุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด
3.มทร.สุวรรณภูมิ : ศาลปกครองชั้นต้นยกฟ้อง โดยยกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 37/2560 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา ข้อ 2 ที่กำหนดว่า สถาบันอุดมศึกษามีอํานาจแต่งตั้งบุคคลใดที่มิได้เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาหรือเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษามาดํารงตําแหน่งอธิการบดีและผู้บริหารอื่นๆ ได้ มาใช้ในการหักล้างคำฟ้อง แต่ผู้ฟ้องได้อุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด
4.มรภ.เชียงใหม่ : ศาลปกครองชั้นต้นยกฟ้อง แต่ผู้ฟ้องอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด
5.มรภ.อุตรดิตถ์ : ศาลปกครองชั้นต้นยกฟ้อง แต่ผู้ฟ้องอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด
6.มรภ.มหาสารคาม : ศาลปกครองชั้นต้นยกฟ้อง แต่ผู้ฟ้องอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองสูงสุดได้รับคำอุทธรณ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด
7.มรภ.ร้อยเอ็ด : ศาลปกครองชั้นต้นอยู่ระหว่างการพิจารณา
จากนี้ต้องจับตามองว่าศาลปกครองสูงสุดจะพิพากษามหาวิทยาลัยเหล่านี้ออกไปในแนวทางเดียวกับมรภ.กาญจนบุรีหรือไม่ ที่ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยว่าอธิการบดี/รักษาการอธิการบดี จะอายุเกินกว่า 60 ปีไม่ได้!!
่อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
– เช็กปฏิกิริยาอธิการฯ ‘ใครทิ้ง-ใครเกาะ’ เก้าอี้เหนียวแน่น!
– เบื้องหลัง ‘มีชัย’ ทิ้งเก้าอี้ ‘นายกสภามรภ.พระนคร ‘ไพฑูรย์’ ไขก๊อกอุปนายกสภาราชภัฏสารคาม
– เปิดรายชื่อ ‘อธิการบดีจากผู้เกษียณ’ 21 สถาบัน ลุ้นอีก 11 สถาบันเข้าข่าย ‘หลุด-ไม่หลุด’ เก้าอี้อธิการ

